ถูกสั่ง "พักงาน" เพื่อสอบสวน... แต่บริษัทงดจ่ายเงินเดือน ผิดกฎหมายไหม? เปิดข้อกฎหมาย มาตรา 116 ที่ลูกจ้างต้องได้เงินอย่างน้อย 50%

3 พ.ย. 25690

ถูกสั่ง "พักงาน" เพื่อสอบสวน... แต่บริษัทงดจ่ายเงินเดือน ผิดกฎหมายไหม? เปิดข้อกฎหมาย มาตรา 116 ที่ลูกจ้างต้องได้เงินอย่างน้อย 50%

"บริษัทได้รับเบาะแสว่าคุณอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางบัญชี ฝ่ายบริหารจึงสั่งให้คุณ 'พักงานทันทีโดยไม่มีกำหนด' เพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริง และระหว่างนี้ บริษัทจะของดจ่ายเงินเดือนทั้งหมดจนกว่าผลจะสิ้นสุด"

คำสั่งฟ้าผ่าที่ตามมาด้วยการถูกตัดสิทธิ์เข้าสู่ออฟฟิศและริบอีเมล เป็นฝันร้ายที่สามารถทำลายชีวิตคนทำงานได้ในพริบตา เมื่อจู่ๆ รายได้หลักที่ต้องใช้ดูแลครอบครัวถูกตัดขาดเป็นศูนย์ ทั้งที่ยังไม่มีการตัดสินความผิดใดๆ เลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่โหดร้ายกว่านั้นคือ บางองค์กรจงใจใช้กลยุทธ์ "สั่งพักงานยืดเยื้อและไม่จ่ายเงินเดือน" เพื่อบีบให้ลูกจ้างทนแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว จนต้องยอมเซ็นใบลาออกไปเอง ซึ่งทำให้นายจ้างรอดพ้นจากการจ่ายเงินชดเชย

แต่ในความจริงของกฎหมายแรงงานไทย นายจ้างมีอำนาจสั่งพักงานตามอำเภอใจได้จริงหรือ? และบริษัทมีสิทธิงดจ่ายเงินเดือนได้หรือไม่?

4 เงื่อนไขเหล็กตามมาตรา 116: นายจ้างจะสั่งพักงานได้ ต้องทำตามนี้เท่านั้น

ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 วางหลักเกณฑ์คุ้มครองลูกจ้างที่ถูกสั่งพักงานระหว่างการสอบสวนไว้อย่างเด็ดขาด:

  • ต้องมีข้อบังคับให้อำนาจไว้ชัดเจน: นายจ้างจะสั่งพักงานได้ ต่อเมื่อมีข้อบังคับการทำงานระบุให้อำนาจไว้ หากไม่มีระเบียบนี้เขียนไว้ล่วงหน้า นายจ้าง "ไม่มีอำนาจสั่งพักงานลูกจ้างได้เลย" หากสั่งให้หยุดงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็ม 100% ตามปกติ

  • ต้องทำเป็นหนังสือระบุข้อกล่าวหาชัดเจน: ห้ามสั่งพักงานด้วยวาจา คำสั่งต้องเป็นเอกสารทางการที่ระบุว่าลูกจ้างถูกกล่าวหาเรื่องใด

  • พักงานได้ "ไม่เกิน 7 วัน" เท่านั้น: กฎหมายขีดเส้นตายไว้ว่า ระยะเวลาในการสั่งพักงานเพื่อสอบสวนต้องไม่เกิน 7 วัน บริษัทจะมาสั่งพักงาน 15 วัน หรือ 1 เดือนไม่ได้เด็ดขาด

  • ต้องจ่ายเงิน "ไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้าง": ระหว่างที่ถูกสั่งพักงาน นายจ้าง "ต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้าง" ที่เคยได้รับ การสั่งพักงานโดยไม่จ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา!

หากสอบสวนแล้วพบว่า "ไม่ผิด": นายจ้างต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย 15%

ตามมาตรา 117 หากการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วปรากฏว่าลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด:

  • นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลืออีก 50% ย้อนหลังให้ครบ 100% นับแต่วันที่ถูกสั่งพักงาน

  • และต้องจ่าย "ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี" ของเงินค่าจ้างที่ค้างจ่ายนั้นให้แก่ลูกจ้างด้วย

นอกจากนี้ ตามมาตรา 144 หากนายจ้างฝ่าฝืนมาตรา 116 (เช่น สั่งพักงานเกิน 7 วัน หรือไม่ยอมจ่ายเงิน 50%) มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เจาะเคสจริง: เจ้าหน้าที่จัดซื้อถูกสั่งพักงาน 40 วัน โดนงดเงินเดือน

ก้อง (นามสมมุติ) เจ้าหน้าที่จัดซื้อ ถูกผู้จัดการกล่าวหาว่ารับผลประโยชน์จากผู้รับเหมา จึงถูกสั่งพักงานด้วยวาจา และแจ้งว่างดจ่ายเงินเดือนระหว่างสอบสวน

เวลาผ่านไปกว่า 40 วัน การสอบสวนยังไม่มีข้อสรุป ก้องไม่ได้รับเงินเดือนจนเริ่มติดค้างค่าเช่าห้อง เมื่อก้องทวงถาม ฝ่ายบุคคลกลับตอบว่า "ถ้าไม่อยากรอ ก็เซ็นใบลาออกไปหางานใหม่สิ"

ก้องนำเรื่องไปร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน ผลปรากฏว่า:

  • บริษัทไม่มีข้อบังคับเรื่องการสั่งพักงาน จึงไม่มีอำนาจสั่งพักงานก้องตั้งแต่ต้น

  • การสั่งพักงานด้วยวาจานาน 40 วัน และไม่จ่ายค่าจ้าง ถือเป็นการละเมิดมาตรา 116

  • พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน 100% ตลอดทั้ง 40 วัน รวมเป็นเงินกว่า 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 15% ทันที และดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับนายจ้าง

เช็กลิสต์ปกป้องตัวเองเมื่อถูกสั่งพักงาน

  • ขอหนังสือคำสั่งพักงานตัวจริงเสมอ: อย่าเดินออกจากออฟฟิศด้วยคำสั่งปากเปล่า ต้องมีเอกสารระบุข้อหาและกำหนดวันพักงานที่ชัดเจน

  • ตรวจดูระยะเวลาต้องไม่เกิน 7 วัน: หากเกิน 7 วัน ให้ทำหนังสือทักท้วงทันทีว่าขัดต่อมาตรา 116

  • ตรวจสอบยอดเงินในวันเงินเดือนออก: ต้องได้รับเงินไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างตามปกติ

  • หากถูกลอยแพเกิน 7 วันโดยไม่มีเงินเดือน: ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานผ่าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือใช้สิทธิฟ้องต่อ ศาลแรงงานกลาง ได้ฟรี

ตราบใดที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความผิดตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย ลูกจ้างทุกคนยังมีศักดิ์ศรีและความคุ้มครองตามสัญญาจ้าง อย่าปล่อยให้คำว่า "พักงาน" กลายเป็นอาวุธที่นายจ้างใช้ตัดลมหายใจทางการเงินของคุณไปฟรีๆ

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: