สัญญาจ้างแบบปีต่อปี ทำงานมาหลายปี พอไม่ต่อสัญญา อ้างว่าหมดสัญญาไม่จ่ายเงินชดเชย: ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 หรือไม่?

5 พ.ย. 25690

สัญญาจ้างแบบปีต่อปี ทำงานมาหลายปี พอไม่ต่อสัญญา อ้างว่าหมดสัญญาไม่จ่ายเงินชดเชย: ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 หรือไม่?

ทำงานทุ่มเทให้กับบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง เซ็นสัญญาจ้างฉบับใหม่ทุกปี ทำงานแบบนี้ติดต่อกันมา 3 ปี หรือยาวนานถึง 5 ปี โดยมีตำแหน่งหน้าที่ไม่ต่างจากพนักงานประจำทั่วไป แต่เมื่อถึงสิ้นปี ผู้บริหารกลับเรียกไปแจ้งว่า "ปีหน้าบริษัทไม่ต่อสัญญาให้นะ และเนื่องจากเป็นการสิ้นสุดตามกำหนดเวลาของสัญญา จึงไม่ใช่การเลิกจ้าง บริษัทไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย" หลายคนต้องเดินออกจากบริษัทด้วยมือเปล่าเพราะหลงเชื่อว่าสัญญาจ้างกำหนดเวลาตัดสิทธิเงินชดเชย คำถามสำคัญคือ นายจ้างมีสิทธิอ้างเหตุ "หมดสัญญา" เพื่อปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชยได้จริงหรือ และตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เรามีสิทธิได้รับเงินชดเชยเท่าไร

คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนคือ การไม่ต่อสัญญาจ้างในงานธุรกิจปกติต้องจ่าย "ค่าชดเชยตามอายุงานสะสม" ตามกฎหมายอย่างแน่นอน โดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง บัญญัติความหมายของการเลิกจ้างไว้ว่า การเลิกจ้างหมายความรวมถึง "การที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด"

หลักเกณฑ์สำคัญตามกฎหมายที่คนทำงานต้องรู้มี 3 ประการหลัก:

ประการแรก สัญญาจ้างกำหนดเวลาที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยมีขอบเขตจำกัดมาก ตาม มาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ กฎหมายยกเว้นให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างเฉพาะ 2 กรณีเท่านั้น คือ 1) งานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ ซึ่งมีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน หรือ 2) งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว หรือเป็นงานตามฤดูกาล โดยงานทั้งสองประเภทนี้ "จะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี" และต้องทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เริ่มจ้าง

ประการที่สอง งานปกติของธุรกิจแม้ทำสัญญาปีต่อปีก็ต้องจ่ายค่าชดเชย หากงานที่ลูกจ้างทำคืองานในสายงานปกติขององค์กร เช่น งานบัญชี การตลาด งานขาย หรือโปรแกรมเมอร์ แม้นายจ้างจะให้เซ็นสัญญาครั้งละ 1 ปี และต่อสัญญาทุกปี เมื่อครบกำหนดแล้วนายจ้างไม่ต่อสัญญา ถือเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสองทันที และตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ให้นับอายุงานของสัญญาทุกฉบับติดต่อกันเพื่อคำนวณเงินค่าชดเชยตาม มาตรา 118

ประการที่สาม สิทธิได้รับเงินบอกกล่าวล่วงหน้า หากสัญญาจ้างเดิมมีการต่อสัญญาติดต่อกันมาหลายครั้งจนกลายเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนในทางพฤตินัย หากนายจ้างจะบอกไม่ต่อสัญญา นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดการจ่ายค่าจ้างตาม มาตรา 17 มิฉะนั้นต้องจ่าย "ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" อีกด้วย

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

ธนภัทร ทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ในบริษัทมีเดียแห่งหนึ่ง นายจ้างให้เซ็นสัญญาจ้างปีต่อปี ทำงานติดต่อกันมา 4 ปี ได้รับเงินเดือน 35,000 บาท เมื่อครบสัญญาปีที่ 4 ผู้บริหารแจ้งไม่ต่อสัญญาและปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชย อ้างว่าสัญญาจ้างสิ้นสุดลงเอง ธนภัทรจึงนำสัญญาจ้างทั้ง 4 ฉบับไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า งานกราฟิกดีไซเนอร์คืองานปกติของบริษัท ไม่อยู่ในข้อยกเว้นงานโครงการตามมาตรา 118 วรรคสี่ การไม่ต่อสัญญาจึงเป็นการเลิกจ้าง และอายุงาน 4 ปีต่อเนื่องทำให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 เท่ากับค่าจ้าง 180 วัน เป็นเงิน 210,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

หากกำลังทำงานสัญญาจ้างปีต่อปีและถูกแจ้งไม่ต่อสัญญา มีแนวทางรับมือ 4 ขั้นตอน:

  • รวบรวมสัญญาจ้างทุกฉบับที่เคยเซ็น: เก็บสำเนาสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน และหลักฐานการทำงานต่อเนื่องทุกปีไว้

  • ตรวจสอบลักษณะงานของตนเอง: ดูว่าหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นงานปกติของธุรกิจนายจ้างหรือไม่ หากเป็นงานปกติ ย่อมไม่ใช่โครงการชั่วคราว

  • ทวงถามเงินค่าชดเชยตามอายุงานสะสม: ทำหนังสือถึงฝ่ายบุคคลเพื่อขอรับเงินค่าชดเชยตามอายุงานจริงตามมาตรา 118

  • ร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน: หากบริษัทบ่ายเบี่ยง สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วน 1506

สัญญาจ้างปีต่อปีไม่ใช่ใบอนุญาตให้นายจ้างลิดรอนสิทธิแรงงาน กฎหมายคุ้มครองค่าชดเชยตามอายุงานจริงที่คุณทุ่มเทให้แก่องค์กรเสมอ

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17 และมาตรา 118

  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522

  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (แนวปฏิบัติว่าด้วยสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาและการจ่ายค่าชดเชย)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: