ทำงานควบ 2 ตำแหน่งแต่เงินเดือนเท่าเดิม: 3 สเต็ปขอค่าตอบแทนเพิ่มอย่างมีชั้นเชิง จากใจ HR Enterprise 20 ปี

2 พ.ย. 25690

ทำงานควบ 2 ตำแหน่งแต่เงินเดือนเท่าเดิม: 3 สเต็ปขอค่าตอบแทนเพิ่มอย่างมีชั้นเชิง จากใจ HR Enterprise 20 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 เดือนก่อน รุ่นพี่คนสนิทหรือเพื่อนร่วมทีมในตำแหน่งสำคัญยื่นใบลาออก... วันนั้นหัวหน้าเดินมาตบไหล่คุณเบาๆ แล้วส่งสายตาเว้าวอน: "ช่วงนี้บริษัทยังฟรีซคนใหม่อยู่ พี่ฝากเราช่วยดูงานส่วนนี้แทนพี่เขาไปพลางๆ ก่อนนะ เดี๋ยวตอนประเมินปลายปี พี่ดันขึ้นเงินเดือนให้เป็นพิเศษแน่นอน!"

ด้วยความเกรงใจและอยากพิสูจน์ตัวเอง คุณก็ตอบตกลงรับภาระงานนั้นมาแบบเต็มใจ

แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน... ผ่านไปครึ่งปีแล้ว บริษัทยังไม่มีวี่แววจะเปิดรับคนใหม่ งานที่เคยบอกว่า "ชั่วคราว" กลายเป็นงานถาวรของคุณไปโดยปริยาย คุณต้องทำงานคูณสอง เลิกงานดึกทุกคืน แบกความรับผิดชอบของคนสองคนไว้บนบ่า แต่ตัวเลขบนสลิปเงินเดือนกลับนิ่งสนิทเท่าเดิมเป๊ะ!

ตลอด 20 ปีในองค์กร Enterprise พี่เห็นสถานการณ์ "งานงอกแต่เงินไม่งอก" แบบนี้บ่อยจนนับไม่ถ้วนครับ

พี่ขอตักเตือนด้วยความหวังดีเลยนะ: "ในโลกธุรกิจ คำสัญญาปากเปล่าว่า 'เดี๋ยวปลายปีจะดูให้' มีค่าเท่ากับศูนย์ครับ! และถ้าคุณยอมทำงานของคน 2 ตำแหน่งโดยไม่เรียกร้องอะไร บริษัทจะมองว่านี่คือ 'ของฟรี' ที่ไม่จำเป็นต้องเสียงบประมาณจ้างใครเพิ่มอีกต่อไป!"

ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อของการถูกใช้แรงงานเกินราคา และอยากทวงคืนความยุติธรรมแบบมืออาชีพ ลองทำตาม 3 สเต็ปนี้ครับ

1. เลิกอ้าง "ความเหนื่อย" แต่ให้กาง "ผังขอบเขตงาน (Job Scope Creep)"

การเดินเข้าไปบอกหัวหน้าว่า "ช่วงนี้เหนื่อยมากเลยครับพี่ งานเยอะจนทำไม่ไหว ขอขึ้นเงินเดือนได้ไหม" มักจะถูกปัดตกด้วยคำว่า "ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน อดทนหน่อยนะ"

เปลี่ยนการบ่นให้เป็นเอกสารเชิงประจักษ์:

  • ทำตารางเปรียบเทียบ 2 คอลัมน์: คอลัมน์ A คือ Job Description เดิมของคุณ vs คอลัมน์ B คือหน้าที่ของตำแหน่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่

  • ลิสต์โปรเจกต์ ปริมาณงาน และสัดส่วนเวลาที่ใช้ (Time Allocation) ให้เห็นชัดเจนว่า ตอนนี้คุณกำลังใช้เวลา 50% ทำงานเดิม และอีก 50% รันระบบของอีกตำแหน่งที่ว่างลง

เมื่อหลักฐานเป็นรูปธรรม หัวหน้าจะไม่มีทางปฏิเสธได้เลยว่าคุณกำลังแบกงานเกินตำแหน่งจริง

2. ขอ "Acting Allowance (ค่าตอบแทนรักษาการ)" ระหว่างรอยต่อ

ถ้าหัวหน้าบอกว่างบประมาณประจำปียังปิดอยู่ ยังไม่สามารถปรับฐานเงินเดือน (Base Salary) กลางคันได้

อย่าเพิ่งยอมแพ้ครับ ในองค์กร Enterprise มีงบประมาณก้อนพิเศษที่เรียกว่า Interim / Acting Allowance (เงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับการรักษาการแทน):

"ผมเข้าใจดีครับว่าการเปิดรับคนใหม่หรือการปรับฐานเงินเดือนต้องรอรอบตามระเบียบบริษัท แต่เนื่องจากตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ผมได้เข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพของทีมไม่ให้งานสะดุด เพื่อความแฟร์และเป็นขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนงานต่อ ผมอยากขอเสนอให้มี 'Acting Allowance' หรือเงินประจำตำแหน่งชั่วคราว [ระบุเป็นก้อน เช่น 10,000 - 15,000 บาท/เดือน] จนกว่าบริษัทจะรับคนใหม่เข้ามาครับ"

การขอเงินก้อนนี้ HR และผู้บริหารจะอนุมัติได้ง่ายกว่าการปรับฐานเงินเดือนถาวร และทำให้บริษัทรู้ว่า เวลาและแรงของคุณมีต้นทุน ไม่ใช่ของฟรี!

3. ยื่นเงื่อนไข "ปรับ Job Band & Title" ถ้าบริษัทตัดสินใจไม่รับคนเพิ่ม

ถ้าหัวหน้าส่งสัญญาณว่าคงไม่มีการเปิดรับตำแหน่งนั้นเพิ่มแล้ว และอยากให้คุณควบรวมงานนี้ไปถาวร

นี่คือโอกาสทองในการก้าวกระโดดทางอาชีพ ไม่ใช่การก้มหน้ารับกรรม:

  • เจรจาเปลี่ยนชื่อตำแหน่งให้สะท้อนความรับผิดชอบใหม่ เช่น จาก Specialist ขยับเป็น Senior / Lead หรือ Assistant Manager

  • ขอปรับกระบอกเงินเดือน (Salary Band) ให้ข้ามขั้นไปสู่ระดับบริหาร โดยผูกกับ KPI ใหม่ที่ชัดเจน

การควบรวมงานต้องแลกมาด้วย "สถานะที่สูงขึ้นและผลตอบแทนที่คู่ควร" ไม่ใช่การทำงานหนักขึ้นในฐานะเดิมครับ

สิ่งที่พี่อยากให้ลองทำสัปดาห์นี้ (Action Item)

หยิบสมุดขึ้นมาจดรายชื่องานทั้งหมดที่คุณกำลังทำอยู่ในทุกวันนี้ แล้วแยกออกเป็น 2 กอง: "งานที่เป็นหน้าที่ตามสัญญาจ้างของคุณ" กับ "งานของคนอื่นที่คุณถูกขอให้ช่วยทำแทน"

ถ้างานของคนอื่นกินเวลาเกิน 30% ของชีวิตคุณ ถึงเวลาขอนัดคุย 1-on-1 กับหัวหน้าในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดขอบเขตและค่าตอบแทนให้ชัดเจนได้แล้วครับ อย่าปล่อยให้ความเกรงใจมากลืนกินคุณค่าในตัวเองนะครับ

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: