วิธีฝึกทักษะManagingUpให้หัวหน้าไว้ใจ
2 พ.ย. 25690
"ทำงานแทบตาย แต่หัวหน้าไม่เคยเห็นค่า วันๆ เอาแต่งานด่วนมาโยนใส่ เปลี่ยนบรีฟไปมา แถมพอเกิดปัญหาขึ้นมาก็โบ้ยให้ทีมรับผิดชอบ"
นี่คือคำตัดพ้ออันดับหนึ่งที่น้องๆ พนักงานแวะมาเคาะประตูห้อง HR เพื่อปรับทุกข์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนทำงานส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า หน้าที่ของเราคือ "ก้มหน้าก้มตาทำงานตามสั่ง" ส่วนหัวหน้ามีหน้าที่สั่งและประเมินผล แต่ในโลกความเป็นจริงขององค์กรขนาดใหญ่ คนที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงและทำงานอย่างมีความสุข ไม่ใช่คนที่ทำงานเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือคนที่เชี่ยวชาญทักษะที่เรียกว่า "Managing Up" หรือศิลปะการบริหารจัดการเจ้านาย
Managing Up ไม่ใช่การประจบสอพลอ หรือการเอาอกเอาใจแบบไร้แก่นสาร แต่คือการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยให้หัวหน้าของคุณทำงานง่ายขึ้น ตัดสินใจได้เร็วขึ้น และบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เมื่อหัวหน้ามองว่าคุณคือ "พาร์ตเนอร์ที่พึ่งพาได้" เขาจะไม่กล้า Micromanage คุณ และจะกลายเป็นเกราะป้องกันให้คุณโดยอัตโนมัติ
ถ้าคุณอยากเปลี่ยนความสัมพันธ์กับหัวหน้าจาก "ผู้คุมกับนักโทษ" มาเป็น "ทีมเวิร์กที่ไว้ใจกัน" นี่คือ 4 เทคนิคที่พี่อยากให้เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้:
อย่าเดินไปหาหัวหน้าด้วย "ปัญหาเปล่าๆ" แต่จงพก "ทางเลือก A และ B" ไปด้วยเสมอ
สิ่งที่หัวหน้าทุกคนกลัวที่สุดคือ ลูกทีมที่เดินเข้ามาบอกว่า "พี่คะ งานมีปัญหา ทำยังไงดีคะ?" เพราะนั่นคือการโยนภาระทางสมองกลับไปให้เขา ลองเปลี่ยนวิธีใหม่เป็น: "พี่ครับ ตอนนี้โปรเจกต์ X ติดปัญหาเรื่องซัพพลายเออร์ส่งของล่าช้า ผมวิเคราะห์ทางออกเบื้องต้นไว้ 2 แนวทาง ทางเลือก A คือเปลี่ยนไปใช้อีกเจ้า ต้นทุนเพิ่ม 5% แต่ส่งทันกำหนด ส่วนทางเลือก B คือเจรจาลดสเปกลงชั่วคราว ไม่เสียเงินเพิ่ม แต่ดีเลย์ 2 วัน โดยผมแนะนำให้เลือกทางเลือก A เพราะกระทบลูกค้าน้อยที่สุด พี่มีความเห็นว่าอย่างไรครับ?" การทำแบบนี้ หัวหน้าจะรู้สึกสบายใจที่ได้คุยกับคุณ เพราะคุณคิดมาให้เสร็จสรรพ เขาแค่ทำหน้าที่เคาะอนุมัติ
ถอดรหัส "ภาษาและสไตล์การสื่อสาร" ที่หัวหน้าชอบ
สังเกตไหมว่าหัวหน้าแต่ละคนมีวิธีการรับข้อมูลไม่เหมือนกัน บางคนเป็นสาย Visual ชอบดูสรุปสไลด์ 1 หน้าที่มีกราฟชัดเจน บางคนชอบ Bullet Points สั้นๆ ในแชต 3 บรรทัดจบ แต่บางคนเป็นพวกต้องการข้อมูลดิบและสถิติอ้างอิง ถ้าคุณส่งอีเมลยาว 8 ย่อหน้าไปให้หัวหน้าที่ชอบความกระชับ งานของคุณจะถูกดองไว้ล่างสุดทันที ปรับรูปแบบการรายงานผลให้ตรงกับสไตล์การเสพข้อมูลของเขา แล้วงานของคุณจะได้รับการอนุมัติเร็วขึ้น 10 เท่า
สร้าง "No-Surprise Culture" รายงานความคืบหน้าก่อนถูกทวง
หัวหน้าเริ่มตามจิกงาน ก็ต่อเมื่อเขารู้สึก "ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้" อย่ารอให้เขาเป็นฝ่ายเดินมาถามว่า "งานถึงไหนแล้ว" ส่งสรุปสั้นๆ ทุกเช้าวันจันทร์ หรือบ่ายวันศุกร์ เช่น "สัปดาห์นี้งานสำคัญ 3 ชิ้นคืบหน้า 80% มีจุดที่กำลังรอฟีดแบ็กจากฝ่ายการตลาด แต่ยังอยู่ในกรอบเวลา" การรายงานเชิงรุกแบบนี้จะสร้างความไว้วางใจในระดับสูง จนหัวหน้าจะเริ่มปล่อยมือและให้อิสระในการทำงานกับคุณอย่างเต็มที่
ทำความเข้าใจว่า "อะไรคือสิ่งที่เจ้านายกลัวที่สุดในไตรมาสนี้"
ลองมองข้ามโต๊ะทำงานตัวเองไปที่โต๊ะของหัวหน้า แล้วถามตัวเองว่า "เจ้านายของเรากำลังโดนผู้บริหารระดับสูงกดดันเรื่องอะไรอยู่?" เป้าหมายของเขาคือยอดขายที่ตกต่ำ หรือการคุมงบประมาณให้รอด? ถ้ารู้ว่าเขากำลังกังวลเรื่องอะไร จงมองหาจุดที่คุณสามารถช่วยแบ่งเบาภาระในวาระนั้น เมื่อคุณช่วยปกป้องหลังให้หัวหน้า หัวหน้าก็จะปกป้องและผลักดันคุณในเวทีปรับเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอน
หัวหน้าก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความกลัว ความเครียด และความกดดันไม่ต่างจากเรา เมื่อคุณเข้าใจเกมและช่วยเขาชนะ คุณก็จะเป็นผู้ชนะในเส้นทางอาชีพเช่นกัน
Action Item สังเกตการณ์ในสัปดาห์นี้
ลองถอดรหัสหัวหน้าของคุณ 1 ข้อ: เวลาเขาต้องการข้อมูลด่วน เขาชอบให้โทรหา ส่งแชตสั้นๆ หรือส่งสรุปทางอีเมล? แล้วเริ่มปรับการส่งงานให้ตรงตามช่องทางนั้นตั้งแต่วันนี้