ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่เก่งสักเรื่องจนเงินเดือนเริ่มตัน
3 พ.ย. 25690
ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่เก่งสักเรื่องจนเงินเดือนเริ่มตัน: ทางรอดของคนทำงานสายจับฉ่ายที่อยากเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญค่าตัวแพง
เปิดดูประกาศรับสมัครงานตอนห้าทุ่ม เห็นตำแหน่งที่ให้เงินเดือนหลักแสน มีแต่รับสายเฉพาะทางอย่าง Cloud Architect, Data Specialist หรือ Strategic Finance
พอกดสลับหน้าจอกลับมาดูเรซูเม่ของตัวเอง ตอบอีเมล คุมงบย่อย ทำสไลด์ ประสานงานข้ามแผนก และคอยแก้ปัญหาจิปาถะให้ทุกคนในทีม ทำได้หมดทุกอย่าง แต่พอนึกถึงทักษะเด่นที่กล้าพูดได้เต็มปากว่าเชี่ยวชาญที่สุดในวงการ กลับคิดไม่ออกแม้แต่อย่างเดียว
ความรู้สึกเคว้งคว้างเริ่มแล่นเข้ามาในหัวช้าๆ หรือที่ผ่านมาเราเป็นแค่ "เป็ด" ที่ว่ายน้ำได้ บินได้นิดหน่อย แต่ไม่เคยดำน้ำลึกหรือบินขึ้นที่สูงได้เหมือนใครเขา?
ถ้าคุณกำลังติดอยู่ในกับดักของการเป็นคนสารพัดประโยชน์ (Generalist Trap) แล้วเริ่มเห็นเพื่อนร่วมรุ่นที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางแซงหน้าไปไกล ขอให้สูดหายใจลึกๆ
เอาเข้าจริง ความรอบด้านของคุณไม่ได้ไร้ค่า และคุณไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อไปเริ่มต้นใหม่เป็นเด็กฝึกงานสายเฉพาะทาง สิ่งที่คุณต้องทำ คือการเข้าใจจังหวะชีวิตของสายอาชีพนี้ และรู้วิธีประกอบร่างความรู้เดิมให้กลายเป็นสิ่งที่ตลาดแย่งตัว
ช่วงเริ่มต้น: วันที่ความรอบด้านทำให้คุณกลายเป็นคนโปรดของออฟฟิศ
ในช่วงหนึ่งถึงสามปีแรกของการทำงาน คนที่ทำได้หลายอย่างมักจะโตเร็วกว่าคนอื่น
หัวหน้าเรียกใช้คุณตลอดเวลา เพื่อนร่วมทีมชอบทำงานกับคุณ เพราะคุณเข้าใจภาพรวม คุยกับฝ่ายไอทีก็รู้เรื่อง คุยกับฝ่ายขายก็เข้าใจ ยามที่มีไฟไหม้ในแผนก คุณคือคนที่กระโดดเข้าไปดับไฟและช่วยอุดรอยรั่วได้ทันท่วงที
คุณรู้สึกภูมิใจที่ตัวเองเป็นเหมือนมีดพับสวิสที่แก้ได้สารพัดปัญหาในออฟฟิศ และเชื่อว่าความขยันรอบด้านนี้จะพาคุณไปถึงจุดสูงสุดของสายอาชีพได้เอง
จุดพลิกผัน: วันที่เพดานเงินเดือนชน และความรู้กว้างไม่พอสร้างอำนาจต่อรอง
จุดเปลี่ยนมักจะมาถึงตอนที่คุณเริ่มทำงานมาได้สักห้าปี
งานของคุณเริ่มกลายเป็นของตาย ทุกคนมองว่าคุณ "ทำได้อยู่แล้ว" ภาระงานเพิ่มขึ้นสองเท่า แต่พอถึงรอบปรับเงินเดือน ตัวเลขกลับขยับเพียงแค่ตามอัตราเงินเฟ้อ
ถ้าให้พูดตรงๆ องค์กรในโลกธุรกิจไม่ได้จ่ายเงินก้อนโตให้คนที่ "ทำอะไรก็ได้เรื่อยๆ" แต่เขาจ่ายเงินก้อนโตเพื่อแก้ "ปัญหาคอขวดที่ยากและเฉพาะเจาะจง"
เมื่อคุณไม่มีป้ายกำกับว่าคุณคือมือหนึ่งในเรื่องไหน เวลาบริษัทจะปรับตำแหน่งผู้บริหารหรือคัดเลือกคนรับผิดชอบงานสำคัญ ชื่อของคุณจะถูกมองข้ามไปเป็นตัวเลือกรอง เพราะเขาไม่แน่ใจว่าคุณลงลึกได้จริงไหม
ก้าวกระโดดครั้งใหม่: ประกอบร่างความรู้กว้างให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทรงคุณค่า
ทางรอดไม่ใช่การไปเรียนเขียนโค้ดแข่งกับโปรแกรมเมอร์ หรือไปนั่งท่องสูตรแข่งกับนักการเงิน แต่คือการพัฒนาเป็นบุคลากรแบบ T-Shaped
แกนนอนของตัว T คือความรู้กว้างที่คุณมีอยู่แล้วในมือ (ความเข้าใจคน การประสานงาน ภาพรวมธุรกิจ)
สิ่งที่คุณต้องสร้างเพิ่มในตอนนี้ คือ แกนตั้งของตัว T เพียงแกนเดียว ที่เป็นโจทย์ทางธุรกิจที่คุณสนใจมากที่สุด:
ถ้าคุณชอบเรื่องข้อมูล: อย่าเป็นแค่คนดึงตัวเลข แต่จงวางตัวเองเป็น คนที่เก่งที่สุดในการแปลงตัวเลขซับซ้อนให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการของฝ่ายขาย
ถ้าคุณชอบเรื่องการจัดการ: จงวางตัวเองเป็น คนที่เก่งที่สุดในการแก้วิกฤตโครงการที่ล่าช้าให้กลับมาส่งมอบตรงเวลา
เมื่อคุณเอาความรู้รอบด้านมาเป็นฐานรองรับ แล้วปักเสาความเชี่ยวชาญลึกลงไปเพียงจุดเดียว คุณจะหลุดพ้นจากการเป็นมีดพับราคาถูก และกลายเป็น "เครื่องมือเฉพาะทางระดับสูง" ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ง่ายๆ
พรุ่งนี้เช้า หยิบกระดาษ A4 เปล่าขึ้นมา วาดตัว T ตัวใหญ่ๆ ลงไปตรงกลาง
เขียนทุกทักษะที่คุณเคยทำลงบนแถบแนวนอนด้านบน แล้วเลือกปัญหายากๆ ในแผนกที่คุณอยากเป็นเจ้าของคำตอบเพียง 1 ข้อ มาเขียนลงบนเส้นแนวตั้ง
หยุดมองว่าการเป็นคนรู้กว้างคือจุดด้อย เพราะวันที่คุณปักแกนลึกสำเร็จ ความรู้รอบด้านทั้งหมดที่คุณสะสมมา จะกลายเป็นขุมพลังที่พาคุณพุ่งทะยานได้ไกลกว่าคนที่รู้ลึกเพียงด้านเดียวเสมอ