ไม่ต้องลาออกก็เปลี่ยนสายงานได้: 3 สเต็ปย้ายแผนกในองค์กร Enterprise จากใจ HR ที่เซ็นอนุมัติมา 20 ปี

1 พ.ย. 25690

ไม่ต้องลาออกก็เปลี่ยนสายงานได้: 3 สเต็ปย้ายแผนกในองค์กร Enterprise จากใจ HR ที่เซ็นอนุมัติมา 20 ปี

เวลาที่คนทำงานเริ่มเบื่องานเดิม รู้สึกอิ่มตัว หรืออยากเปลี่ยนไปทำสายงานใหม่ เช่น จากแอดมินอยากไปทำ Marketing หรือจากเซลส์อยากผันตัวไปสาย Data/Product... ความคิดแรกของคนส่วนใหญ่คือ: "ต้องรีบอัปเดตเรซูเมแล้วยื่นใบลาออกไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้าที่อื่น"

ตลอด 20 ปีที่พี่ดูแลงานสรรหาและพัฒนาบุคลากรในองค์กร Enterprise พี่เห็นน้องๆ หลายคนลาออกไปเผชิญความเสี่ยง ทั้งที่ในบริษัทเดิมมีตำแหน่งที่น้องอยากทำเปิดรับอยู่แท้ๆ!

พอพี่ถามว่าทำไมไม่ลองขอย้ายแผนกภายใน (Internal Mobility) คำตอบที่ได้มักจะเหมือนกันคือ: "กลัวหัวหน้าปัจจุบันจะโกรธครับ", "กลัวโดนหาว่าทรยศ", "กลัวว่าถ้าเรื่องหลุดออกไปแล้วไม่ได้ย้าย ชีวิตที่เก่าจะพัง"

พี่ขอเคลียร์ความจริงหลังบ้านของ HR ให้ฟังชัดๆ เลยนะ: "ในองค์กรใหญ่ HR และผู้บริหารระดับสูง รักและสนับสนุนคนขอย้ายแผนกภายในมากกว่าการลาออกครับ!"

เพราะการรับคนในย้ายสายงาน บริษัทประหยัดทั้งค่าจ้างสรรหา (Recruitment Cost), ไม่ต้องเสียเวลาสอนวัฒนธรรมองค์กรใหม่ และที่สำคัญคือคุณเข้าใจโครงสร้างธุรกิจของบริษัทดีอยู่แล้ว

แต่จุดตายคือ "ศิลปะในการทำเรื่องย้าย" ถ้าทำผิดขั้นตอน คุณอาจตกที่นั่งลำบากได้จริงๆ

ถ้าอยากเปลี่ยนสายงานแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น หัวหน้าเดิมไม่เคือง และได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ ลองทำตาม 3 สเต็ปนี้ครับ

1. เคลียร์หลังบ้านตัวเองให้ไร้ที่ติ (Clean Track Record First)

กฎเหล็กข้อแรกของการย้ายแผนกภายใน: "ผลงานในตำแหน่งปัจจุบันของคุณ ต้องอยู่ในระดับดีถึงดีมากเท่านั้น"

พี่ขอเตือนตรงๆ เลยนะ: ถ้างานปัจจุบันของคุณยังทำพลาด ยังส่งช้า หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม แล้วรีบกระโดดไปขอย้ายแผนก สิ่งที่หัวหน้าแผนกใหม่จะทำคือ เดินมาเคาะห้องหัวหน้าปัจจุบันของคุณเพื่อถามประวัติ!

และถ้าหัวหน้าเดิมบอกว่า "คนนี้งานตัวเองยังเอาไม่รอดเลย" ประตูโอกาสของคุณจะปิดตายลงทันที

  • ทำผลงานปัจจุบันให้เข้าตาอย่างน้อย 1-2 ปี

  • - เคลียร์โปรเจกต์ใหญ่ให้เสร็จ หรือวางระบบส่งต่องานให้เรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อคุณจากไป แผนกเดิมจะไม่สะดุด

2. นัด "Coffee Chat แบบไม่เป็นทางการ" ก่อนกดสมัครผ่านระบบ

อย่าเพิ่งรีบกดปุ่ม Apply ในระบบ Career Portal ของบริษัทโดยที่ยังไม่ได้คุยกับใครเด็ดขาด

ขั้นตอนที่ฉลาดคือการทำ Informal Networking (สร้างสายสัมพันธ์อย่างเป็นกันเอง):

  • ทักหารุ่นพี่หรือผู้จัดการในแผนกเป้าหมาย ขอเลี้ยงกาแฟ 20 นาที หรือคุยสั้นๆ: "พี่ครับ ผมสนใจงานของทีมพี่มาก ช่วงนี้ทีมพี่กำลังเจอปัญหาท้าทายอะไรอยู่หรือครับ ผมอยากเข้าใจลักษณะงานเพื่อเตรียมตัวพัฒนาทักษะ"

  • - ทำการบ้านให้เขาเห็นว่า คุณไม่ได้แค่อยากหนีงานเดิม แต่คุณมีแพชชันและศึกษาทักษะของแผนกเขามาแล้วจริงๆ

เมื่อผู้จัดการแผนกใหม่เห็นแววและรู้สึกถูกชะตา เขาจะเป็นคนช่วยเปิดทางและแอบบอก HR ฝ่ายสรรหาเองว่า "ถ้าคนนี้ยื่นเรื่องมา ให้ส่งใบสมัครมาที่พี่ได้เลยนะ"

3. คุยเปิดใจกับหัวหน้าเดิมอย่างให้เกียรติ (ก่อนที่เขาจะรู้จากคนอื่น)

นี่คือจุดวัดวุฒิภาวะและความเป็นมืออาชีพของคุณเลยครับ "หัวหน้าของคุณต้องรู้เรื่องนี้จากปากคุณเป็นคนแรก ไม่ใช่รู้จากอีเมลแจ้งเตือนของ HR หรือเสียงซุบซิบในห้องกาแฟ"

เมื่อแผนกเป้าหมายส่งสัญญาณพร้อมรับ ให้ขอนัดคุย 1-on-1 กับหัวหน้าของคุณ:

"พี่ครับ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผมขอบคุณพี่มากๆ ที่คอยสนับสนุนและให้โอกาสผมเติบโต ที่ผ่านมาผมทุ่มเทกับงานนี้เต็มร้อย แต่ในระยะยาว เป้าหมายชีวิตการทำงานของผมคืออยากพัฒนาไปในสาย [ระบุสายงานใหม่] พอดีเห็นว่าแผนก X กำลังเปิดรับโอกาสนี้ ผมเลยอยากมาปรึกษาและขออนุญาตพี่อย่างเป็นทางการก่อนที่จะเริ่มดำเนินการใดๆ ครับ ทั้งนี้ ผมสัญญาว่าจะช่วยเทรนคนใหม่และส่งมอบงานปัจจุบันให้เนียนที่สุด ไม่ให้กระทบทีมของพี่แน่นอนครับ"

เมื่อคุณให้เกียรติหัวหน้าและแสดงความรับผิดชอบต่อทีม หัวหน้าที่เป็นมืออาชีพจะไม่ขัดขวาง แต่จะกลายมาเป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) ช่วยเซ็นอนุมัติการโอนย้ายให้คุณอย่างราบรื่น

สิ่งที่พี่อยากให้ลองทำสัปดาห์นี้ (Action Item)

ลองล็อกอินเข้าสู่ Internal Career Portal หรือบอร์ดรับสมัครงานภายในบริษัทของคุณ ดูสัก 15 นาที

สำรวจดูว่ามีแผนกไหนกำลังเปิดรับตำแหน่งที่คุณอยากลองทำบ้าง แล้วเลือกมา 1 แผนกที่คุณอยากนัดคุยกับคนในทีมนั้นดูครับ โอกาสเติบโตบทใหม่อาจอยู่แค่อีกชั้นหนึ่งของตึกที่คุณนั่งทำงานอยู่ทุกวันนี่เองครับ

แชร์บทความนี้: