อยู่ต่อหรือพอก่อน: 3 สัญญาณเตือนว่าความภักดีกำลังทำร้ายอนาคตคุณ

2 พ.ย. 25690

อยู่ต่อหรือพอก่อน: 3 สัญญาณเตือนว่าความภักดีกำลังทำร้ายอนาคตคุณ

ทำงานที่เดิมมา 5–6 ปี รู้จักทุกคนตั้งแต่ รปภ. แม่บ้าน ยันผู้บริหารระดับสูง บรรยากาศคุ้นเคย เพื่อนร่วมงานเหมือนคนในครอบครัว จนคุณรู้สึกว่า "ที่นี่คือ Comfort Zone ที่อบอุ่นและปลอดภัย"

แต่พอตกดึก เปิดดูเงินเก็บในบัญชี หรือหันไปมองอนาคตตัวเองในอีก 3 ปีข้างหน้า จู่ๆ ความรู้สึกโหวงเหวงก็แล่นเข้ามาในอก: งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้คุณหลับตาทำก็เสร็จ ไม่ได้รู้สึกท้าทายอะไรอีกแล้ว เงินเดือนขึ้นปีละนิดตามอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นที่ย้ายงานไป 2–3 รอบ ฟันเงินเดือนนำหน้าคุณไปไกลลิบ

ในใจคุณเริ่มต่อสู้กันอย่างหนัก: "ถ้าเราลาออก จะดูเป็นคนเนรคุณไหม? แต่ถ้าอยู่ต่อ เรากำลังทิ้งโอกาสเติบโตของตัวเองไปหรือเปล่า?"

ตลอด 20 ปีในองค์กร Enterprise พี่เห็นน้องๆ ที่เป็น "คนดี มีความภักดีสูง (Loyal Employee)" ติดกับดักนี้เยอะที่สุดครับ

พี่ขอตักเตือนด้วยความรักและประสบการณ์จริงเลยนะ: "ความจงรักภักดีต่อองค์กรเป็นเรื่องน่ายกย่องครับ แต่ในโลกทุนนิยม ความภักดีที่องค์กรไม่เคยตอบแทนกลับมา มันไม่ใช่ความซื่อสัตย์... แต่มันคือ 'ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Loyalty Penalty)' ก้อนมหาศาลที่คุณกำลังจ่ายทิ้งไปทุกวัน!"

ถ้าคุณกำลังสับสนว่าควรจะ "สู้ต่อเพื่อความภักดี" หรือ "ถึงเวลาต้องก้าวออกไปเติบโต" ลองเช็ก 3 สัญญาณเตือนนี้ดูครับ

สัญญาณที่ 1: กราฟการเรียนรู้ (Learning Curve) นิ่งสนิทเกิน 18 เดือน

ลองมองย้อนกลับไปในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาดูสิครับ:

  • มีทักษะใหม่ โปรแกรมใหม่ หรือความท้าทายระดับยากที่คุณได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นบ้างไหม?

  • หรือทุกวันคือการทำเอกสารแบบเดิม แก้ปัญหาเดิมๆ รูทีนเดิมๆ ที่คุณไม่ได้ใช้พลังสมองส่วนสร้างสรรค์เลย?

ถ้าคำตอบคือคุณไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่เลย นั่นแปลว่า "มูลค่าตัวคุณในตลาดแรงงานกำลังลดลงทุกวันโดยที่คุณไม่รู้ตัว!" ในยุคที่เทคโนโลยีวิ่งเร็วขนาดนี้ การหยุดอยู่กับที่ 2 ปี มีค่าเท่ากับการถอยหลังไป 5 ปีครับ เมื่อไหร่ที่งานเริ่มง่ายเกินไป นั่นคือสัญญาณเตือนอันดับแรกว่าคุณควรออกไปหาบ่อน้ำใหม่ได้แล้ว

สัญญาณที่ 2: ช่องว่างเงินเดือน (Pay Gap) ห่างจากราคาตลาดเกิน 30%

ในระบบ HR องค์กรใหญ่ การปรับเงินเดือนประจำปีของคนในมักจะถูกล็อกเพดานไว้ที่ 3–6% ต่อปี

สมมุติคุณสตาร์ตที่ 30,000 บาท ทำงานอย่างภักดีมา 5 ปี เงินเดือนคุณอาจขยับขึ้นมาเป็น 38,000 บาท

แต่ในตลาดแรงงานภายนอก คนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ 5 ปีเท่าคุณ บริษัทอื่นเขากำลังแย่งตัวและจ่ายกันที่ 55,000 – 65,000 บาท!

พี่อยากให้น้องเข้าใจสัจธรรมข้อนี้: บริษัทไม่เคยมีงบประมาณปรับเงินเดือนคนในให้ทันราคาตลาด นอกเสียจากคุณจะยื่นใบลาออกหรือย้ายที่ใหม่! การทนอยู่ที่เดิมด้วยเงินเดือนที่ต่ำกว่าตลาด 30% ตลอดหลายปี คือการที่คุณกำลังยอมควักเงินในอนาคตของตัวเองและครอบครัวไปอุดหนุนกำไรให้บริษัทโดยเปล่าประโยชน์

สัญญาณที่ 3: ผู้บริหารและหัวหน้า "ไม่ใช่คนที่คุณอยากเติบโตไปเป็น" (Leadership Ceiling)

มองดูหัวหน้าสายตรง หรือผู้บริหารระดับสูงที่นั่งอยู่เหนือคุณขึ้นไป 1-2 ขั้น:

  • คุณยังเคารพในวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ และคุณธรรมของเขาอยู่ไหม?

  • คุณเห็นไลฟ์สไตล์ วิธีคิด และการทำงานของเขาแล้วรู้สึกว่า "ในอีก 5 ปีข้างหน้า ฉันอยากเติบโตขึ้นไปยืนในจุดแบบนั้น" หรือไม่?

ถ้าคำตอบคือ "ไม่เลย ไม่ชอบวิธีคิด และไม่อยากมีชีวิตแบบนั้น" นั่นคือเพดานตันที่ชัดเจนที่สุดครับ เพราะในองค์กร คุณไม่มีทางเติบโตไปได้ไกลกว่าวัฒนธรรมของคนที่ถืออำนาจตัดสินใจอยู่ข้างบน ถ้าคุณไม่ศรัทธาในผู้นำ การอยู่ที่เดิมก็มีแต่จะบั่นทอนไฟในใจคุณลงไปเรื่อยๆ

สิ่งที่พี่อยากให้ลองทำคืนนี้ (Action Item)

คืนนี้เปิดเว็บไซต์หางานอย่าง Worksdee หรือเปิดดู Salary Report ประจำปีล่าสุด ค้นหาตำแหน่งและระดับประสบการณ์ของคุณ

แล้วเทียบดูว่า "ส่วนต่างระหว่างเงินเดือนปัจจุบันของคุณ กับค่าเฉลี่ยของตลาด อยู่ที่เดือนละกี่บาท?"

คำนวณตัวเลขนั้นออกมาเป็นรายปีดูครับ... แล้วถามตัวเองตรงๆ ว่า ความเกรงใจและความภักดีที่คุณมีให้ที่เดิม มันคุ้มค่ากับเม็ดเงินและเวลาชีวิตก้อนนั้นจริงๆ หรือเปล่าครับ?

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: