บริษัทอ้างขาดทุน สั่งหยุดงานจ่าย 75%... นายจ้างทำได้ตามใจชอบจริงไหม? เปิดข้อกฎหมาย มาตรา 75 ส่องเงื่อนไขที่ลูกจ้างต้องรู้ทัน
3 พ.ย. 25690
"เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาขาดทุนและยอดสั่งซื้อลดลง ฝ่ายบริหารขอประกาศใช้ 'มาตรา 75' สั่งหยุดงานชั่วคราว 3 เดือน โดยจะจ่ายเงินเดือนให้ 75% พนักงานทุกคนไม่ต้องเข้าบริษัท และงดเบิกสวัสดิการทุกชนิดชั่วคราว"
ประกาศิตเสียงตามสายหรือกระดาษแปะหน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์แบบนี้ กลายเป็นภาพคุ้นตาของคนทำงานในภาคอุตสาหกรรม ยานยนต์ และบริษัทเอกชน เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว นายจ้างมักหยิบยก "มาตรา 75" มาเป็นเกราะกำบังในการลดต้นทุน
แต่สำหรับคนทำงาน การถูกตัดเงินเดือนไป 25% ในยุคที่ค่าครองชีพวิ่งเต็ม 100% คือวิกฤตการเงินที่หนักหนา ยิ่งไปกว่านั้น บางบริษัทฉวยโอกาสใช้มาตรานี้เป็นเครื่องมือบีบให้พนักงานทนไม่ไหวจนต้องลาออกเอง
บริษัทมีสิทธิสั่งใช้มาตรา 75 ได้ตามใจชอบจริงหรือ? และมีเงื่อนไขอะไรบ้างที่นายจ้างต้องทำตามกฎหมายเพื่อไม่ให้ลูกจ้างถูกเอาเปรียบ?
มาตรา 75 คืออะไร? กฎหมายเปิดช่องให้ใช้กรณีไหนได้บ้าง
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75 มีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือนายจ้างที่ประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างหนัก ให้รักษาสถานะกิจการไว้ได้โดยไม่ต้องปลดพนักงานออกทันที
กฎหมายระบุว่า นายจ้างจะสั่งหยุดกิจการชั่วคราวได้ ต้องเข้าเงื่อนไขสำคัญ:
ต้องเป็น "เหตุจำเป็นสำคัญ" ที่กระทบกิจการรุนแรง: ศาลฎีกา (เช่น ฎีกาที่ 1378/2544) วางแนวทางไว้ว่า ต้องเป็นเหตุวิกฤตที่กระทบต่อการดำเนินงานอย่างแท้จริง เช่น ยอดสั่งซื้อหายไปอย่างรุนแรง ขาดแคลนวัตถุดิบ หรือเครื่องจักรหลักเสียหายจนเดินระบบไม่ได้ ไม่ใช่แค่ข้ออ้างขาดทุนเล็กน้อย หรืออยากลดต้นทุนทั่วไป
ต้องไม่ใช่ "เหตุสุดวิสัย": หากเป็นเหตุสุดวิสัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมใหญ่ จะมีข้อยกเว้นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่มาตรา 75 คือเหตุการณ์ทางธุรกิจที่ยังพอควบคุมหรือบริหารจัดการได้
4 เงื่อนไขเหล็กที่นายจ้าง "ต้องทำตามกฎหมาย"
หากบริษัทจะใช้มาตรา 75 บริษัทต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้ออย่างเคร่งครัด:
ต้องจ่ายเงิน "ไม่น้อยกว่า 75% ของค่าจ้าง": ตลอดระยะเวลาที่สั่งหยุดงาน นายจ้างต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 75% ของค่าจ้างที่เคยได้รับ โดยต้องจ่ายตามรอบเงินเดือนปกติ ห้ามเลื่อนจ่าย
ต้องแจ้งล่วงหน้า "ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน": นายจ้างต้องทำหนังสือแจ้งให้ ลูกจ้าง และ พนักงานตรวจแรงงาน ในพื้นที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานก่อนวันเริ่มหยุดงาน หากประกาศวันนี้แล้วพรุ่งนี้สั่งหยุดทันที ถือเป็นคำสั่งมิชอบ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็ม 100%!
ลูกจ้างไม่ต้องมาทำงานและไม่ต้องสแตนด์บาย: ในช่วงหยุดงานตามมาตรา 75 ลูกจ้างมีสิทธิหยุดอยู่บ้านโดยสมบูรณ์ นายจ้างไม่มีสิทธิสั่งให้เข้าบริษัท หรือบังคับให้ออนไลน์ทำงาน
อายุงานและประกันสังคมยังคงนับต่อเนื่อง: สถานะลูกจ้างยังสมบูรณ์ อายุงานยังเดินหน้าทุกวัน และนายจ้างยังต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคมตามปกติ
เจาะเคสจริง: ประกาศหยุดงานวันนี้ พรุ่งนี้หักเงิน สรุปโดนสั่งจ่ายเต็ม 100%
กานต์ (นามสมมุติ) ช่างเทคนิคในโรงงาน วันศุกร์เวลา 16.30 น. ฝ่ายบุคคลนำประกาศมาแปะว่า "สัปดาห์หน้าสั่งหยุดงานตามมาตรา 75 ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ และจะจ่ายเงินเดือนเพียง 75%"
กานต์และเพื่อนร่วมงานเห็นว่าบริษัทแจ้งกะทันหันเกินไป จึงยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน
ผลการตรวจสอบพบว่า บริษัทไม่ได้แจ้งพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้า และการแจ้งพนักงานในวันศุกร์เพื่อหยุดวันจันทร์ มีระยะเวลาบอกกล่าวไม่ถึง 3 วันทำงานตามกฎหมาย พนักงานตรวจแรงงานจึงมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน 100% ตลอดทั้งสัปดาห์ที่สั่งหยุดงาน
ระวังกับดัก: สั่งหยุดงาน ม.75 ลากยาวเพื่อบีบให้ออก
หากนายจ้างสั่งหยุดงานมาตรา 75 ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อกดดันให้พนักงานทนรับเงินเดือน 75% ไม่ไหวจนต้องลาออกเอง ศาลแรงงานเคยวินิจฉัยว่าการกระทำนี้ถือเป็น "การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม" ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายและค่าชดเชยการเลิกจ้างตามมาตรา 118 ได้
ข้อควรปฏิบัติของคนทำงาน
ตรวจสอบหนังสือแจ้งคำสั่ง: ขอดูประกาศทางการว่ามีเหตุผลและวันที่ชัดเจนหรือไม่
นับวันบอกกล่าวล่วงหน้า: ต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานก่อนวันเริ่มหยุดงาน
ตรวจสอบการคำนวณเงิน 75%: ต้องคิดจากฐานเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับเป็นประจำ
หากพบการปฏิบัติมิชอบ: ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานผ่าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือปรึกษา ศาลแรงงานกลาง ได้ทันที
มาตรา 75 คือมาตรการช่วยพยุงธุรกิจ ไม่ใช่ช่องทางให้นายจ้างผลักภาระหรือกลั่นแกล้งลูกจ้าง รู้ทันสิทธิ ตรวจสอบขั้นตอน และอย่ายอมให้ใครลิดรอนรายได้ที่คุณสมควรได้รับไปฟรีๆ