ลาคลอด 98 วัน รวมวันตรวจครรภ์ก่อนคลอด: นายจ้างต้องจ่าย 45 วัน ห้ามบ่ายเบี่ยง ม. 41, 59

8 พ.ย. 25690

ลาคลอด 98 วัน รวมวันตรวจครรภ์ก่อนคลอด: นายจ้างต้องจ่าย 45 วัน ห้ามบ่ายเบี่ยง ม. 41, 59

การตั้งครรภ์ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่สำหรับผู้หญิงทำงานจำนวนมาก ข่าวดีนี้กลับมาพร้อมความวิตกกังวลต่อหน้าที่การงาน เมื่อต้องไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจอัลตราซาวด์หรือเจาะเลือดตรวจคัดกรอง ฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้างานกลับพูดว่า "ยังไม่คลอด จะมาขอใช้สิทธิลาคลอดไม่ได้ ให้ไปหักวันลาพักร้อนหรือลากิจแทน ถ้าวันลาหมดต้องลาไม่รับเงินเดือน" มิหนำซ้ำ พอถึงช่วงใกล้คลอดจริง บางบริษัทยังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินเดือน โดยอ้างว่าให้ไปทำเรื่องเบิกจากประกันสังคมเอาเองทั้งหมด คำถามสำคัญคือ ตามกฎหมายแรงงานไทย วันตรวจครรภ์ถือเป็นสิทธิลาคลอดหรือไม่ และบริษัทมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเดือนให้คุณแม่มือใหม่อย่างไร?

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

เมย์ พนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน แพทย์นัดตรวจครรภ์เป็นประจำทุกเดือน เมย์ยื่นใบลาเพื่อไปพบแพทย์ แต่ฝ่ายบุคคลปฏิเสธไม่อนุมัติวันลาคลอด และบังคับให้เมย์ใช้วันลากิจจนหมด เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 8 เมย์ขอลาคลอดบุตร 90 วัน ฝ่ายบุคคลกลับแจ้งว่า "บริษัทของดจ่ายเงินเดือนตลอด 3 เดือน โดยให้เมย์ไปยื่นขอเงินสงเคราะห์คลอดบุตรจากประกันสังคมเอาเองทั้งหมด บริษัทไม่มีงบประมาณจ่ายซ้ำซ้อน" เมย์จึงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ทั้งที่กฎหมายให้สิทธิคุ้มครองไว้อย่างเต็มที่

ในความเป็นจริง กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยได้กำหนดสิทธิการลาคลอดไว้อย่างก้าวหน้าและครอบคลุม:

  • สิทธิลาคลอด 98 วัน รวมวันตรวจครรภ์: ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 41 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) บัญญัติให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 98 วัน และที่สำคัญที่สุดคือ วรรคสองระบุชัดเจนว่า "วันลาเพื่อคลอดบุตร ให้หมายความรวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรด้วย" ดังนั้น ทุกครั้งที่แพทย์นัดตรวจครรภ์ ลูกจ้างมีสิทธิใช้สิทธิลาคลอดได้ทันที นายจ้างไม่มีสิทธิบังคับให้ใช้วันลาพักร้อนหรือลากิจ

  • นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง 45 วันแรก: ตามมาตรา 59 กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างหญิงในวันลาเพื่อคลอดบุตร เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน ซึ่งรวมถึงวันที่ลาไปตรวจครรภ์ก่อนคลอดด้วย บริษัทจะอ้างให้ไปเบิกประกันสังคมทั้งหมดไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้างโดยตรง

  • สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม: สำหรับวันลาส่วนที่เหลือ ลูกจ้างจะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรจากสำนักงานประกันสังคมในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน (เทียบเท่าค่าจ้าง 45 วัน) พร้อมเงินค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายอีก 15,000 บาท

  • ห้ามเลิกจ้างเพราะตั้งครรภ์: ตามมาตรา 43 บัญญัติเด็ดขาดว่า "ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์" หากนายจ้างบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายค่าจ้างตามมาตรา 59 ถือเป็นหนี้เงินที่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 9 (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

แนวทางรับมือและปกป้องสิทธิสำหรับคุณแม่ทำงาน

  • ขอใบนัดแพทย์ตรวจครรภ์: เก็บใบนัดตรวจและใบรับรองแพทย์ทุกครั้ง เพื่อใช้แนบประกอบการยื่นใบลาตรวจครรภ์ตามมาตรา 41

  • ระบุประเภทการลาให้ถูกต้อง: ระบุในแบบฟอร์มการลาว่า "ลาเพื่อตรวจครรภ์/ลาคลอดบุตร ตามมาตรา 41"

  • ทวงถามค่าจ้าง 45 วันจากนายจ้าง: ตรวจสอบว่าระหว่างลาคลอด นายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้างให้ครบ 45 วันตามมาตรา 59

  • ปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน: หากถูกบีบให้ลาออก ข่มขู่ หรือนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง สามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่เพื่อรับความเป็นธรรม

การให้กำเนิดชีวิตใหม่คือภารกิจสำคัญของสังคม กฎหมายแรงงานจึงคุ้มครองสิทธิความเป็นแม่อย่างเต็มที่ อย่าปล่อยให้ความไม่รู้ขององค์กรมาลิดรอนสิทธิและสวัสดิการที่ถูกต้องของคุณและลูกน้อย

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 (ดอกเบี้ยผิดนัดไม่จ่ายเงินตามกฎหมาย)

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 41 (สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรและตรวจครรภ์ 98 วัน)

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 43 (ห้ามเลิกจ้างหญิงมีครรภ์)

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 59 (สิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาคลอด 45 วัน)

  • พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (สิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร)

  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: