แอปพบจิตแพทย์กับคอร์สโยคะช่วยอะไรไม่ได้: ถ้าวัฒนธรรมตอบไลน์สี่ทุ่มยังไม่เคยถูกแตะต้อง

8 พ.ย. 25690

แอปพบจิตแพทย์กับคอร์สโยคะช่วยอะไรไม่ได้: ถ้าวัฒนธรรมตอบไลน์สี่ทุ่มยังไม่เคยถูกแตะต้อง

ใบเสนอราคาแพ็กเกจแอปพลิเคชันปรึกษาจิตแพทย์และโครงการคอร์สโยคะออฟฟิศ วางรอการลงนามอนุมัติอยู่บนโต๊ะฝ่ายบุคคล งบประมาณก้อนนี้ถูกผลักดันอย่างเร่งด่วนหลังจากผลสำรวจความผูกพันของพนักงานส่งสัญญาณอันตราย และอัตราการลาออกของทีมงานหลักเริ่มขยับสูงขึ้นต่อเนื่องสองไตรมาส

ผู้บริหารหลายคนมองว่านี่คือการแสดงความใส่ใจที่จับต้องได้ ทว่าพนักงานในทีมกลับมองกระดาษแผ่นนี้ด้วยสายตาว่างเปล่า

ความเหนื่อยล้าจนหมดไฟของคนทำงานไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนชั่วโมงออกกำลังกาย และไม่ได้เกิดจากการไม่มีแอปพลิเคชันคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ต้นตอที่แท้จริงคือเสียงแจ้งเตือนกลุ่มไลน์งานที่เด้งขึ้นมาตอนสี่ทุ่ม ข้อความด่วนในวันเสาร์ และความคาดหวังแบบเงียบๆ ว่าทุกคนต้องอ่านและตอบกลับทันที นี่คือโอทีล่องหนที่กัดกร่อนพลังชีวิตของคนทำงานในชีวิตประจำวัน

วัฒนธรรมความเกรงใจที่กลายพันธุ์เป็นภาระงานยี่สิบสี่ชั่วโมง

สังคมการทำงานแบบไทยมีความเกรงใจเป็นพื้นฐาน เมื่อหัวหน้างานส่งข้อความสอบถามความคืบหน้าของงานในช่วงหัวค่ำ ลูกน้องส่วนใหญ่เลือกที่จะรีบเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาพิมพ์ตอบ เพราะกลัวถูกประเมินว่าไม่ทุ่มเทหรือไม่มีใจให้ทีม

แม้หัวหน้าจะบอกว่า "ส่งทิ้งไว้เฉยๆ พรุ่งนี้ค่อยตอบก็ได้" แต่ในความเป็นจริง บรรยากาศของความไม่สบายใจได้เกิดขึ้นแล้วทันทีที่ข้อความปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ สมองของคนทำงานไม่เคยได้เข้าสู่โหมดพักผ่อนอย่างแท้จริง การทำงานแบบผสมผสานหรือ Hybrid Work ที่ควรจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น กลับกลายเป็นการลบเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับชีวิตส่วนตัวจนพร่ามัว

เมื่อเกิดความเครียดสะสม การแก้ปัญหาด้วยการแจกสวัสดิการเสริมจึงไม่ต่างจากการยื่นพลาสเตอร์ยาให้คนที่กำลังมีแผลลึก การจัดคอร์สฝึกสมาธิหรือมอบสิทธิปรึกษาจิตแพทย์ กลายเป็นการผลักภาระให้พนักงานไปจัดการอารมณ์ของตัวเอง ทั้งที่ต้นเหตุของความเครียดมาจากโครงสร้างการสื่อสารและปริมาณงานที่ไร้ขอบเขตขององค์กร

จัดระเบียบการสื่อสารให้เป็นลายลักษณ์อักษร

ถ้าองค์กรต้องการดูแลสุขภาวะของคนทำงานอย่างแท้จริง สิ่งแรกที่ต้องลงมือทำไม่ใช่การหาซื้อสวัสดิการใหม่ แต่คือการผ่าตัดกติกาการทำงานร่วมกันภายในทีม

ฝ่ายบริหารและหัวหน้าแผนกต้องร่วมกันกำหนดข้อตกลงในการทำงานของทีม หรือ Team Working Agreement ให้ชัดเจน ระบุช่วงเวลาห้ามรบกวน (Do Not Disturb) และช่องทางการติดต่อในกรณีฉุกเฉินจริงเท่านั้น โดยแยกกลุ่มแชตเรื่องงานออกจากแอปพลิเคชันส่วนตัว

ในมิติด้านกฎหมายแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการทำงานนอกสถานที่ทำงาน ได้ระบุถึงสิทธิของลูกจ้างในการปฏิเสธการติดต่อสื่อสารหลังสิ้นสุดเวลาทำงานปกติ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้า แม้ในทางปฏิบัติหลายองค์กรยังไม่ได้นำข้อกำหนดนี้มาบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่การสร้างแนวปฏิบัติที่เคารพเวลาพักผ่อนของลูกจ้าง ไม่เพียงช่วยลดอัตราการลาออก แต่ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านข้อพิพาทแรงงานในอนาคต ซึ่งแต่ละองค์กรควรตรวจสอบรายละเอียดร่วมกับนักกฎหมายแรงงานเพื่อกำหนดนโยบายให้เหมาะสม

ให้ผู้บริหารเป็นคนแรกที่กดปุ่มหยุดส่งข้อความ

มาตรการทั้งหมดจะไม่มีวันสำเร็จ หากคนระดับผู้นำยังคงส่งอีเมลหรือทักแชตสั่งงานตอนดึก สิ่งที่ทีมต้องการไม่ใช่คำพูดปลอบใจ แต่คือพฤติกรรมตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การปิดการแจ้งเตือนหลังเลิกงานเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทำได้อย่างปลอดภัย

ลองหยิบโทรศัพท์มือถือของคุณขึ้นมาดูตอนนี้ แล้วเลื่อนดูเวลาที่ส่งข้อความล่าสุดในกลุ่มงาน

ถ้าข้อความส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปหลังสองทุ่ม นั่นคือคำตอบว่าทำไมงบสวัสดิการสุขภาพจิตที่จ่ายไป ถึงไม่เคยช่วยรักษาคนเก่งไว้ได้เลย

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: