ภรรยาคลอดลูก พ่อมือใหม่ขอลาไปช่วยเลี้ยงดู: ภาคเอกชนใช้สิทธิลาอะไรได้บ้าง และกฎหมายคุ้มครองอย่างไร?

5 พ.ย. 25690

ภรรยาคลอดลูก พ่อมือใหม่ขอลาไปช่วยเลี้ยงดู: ภาคเอกชนใช้สิทธิลาอะไรได้บ้าง และกฎหมายคุ้มครองอย่างไร?

ช่วงเวลาที่ภรรยาคลอดบุตรคือช่วงเวลาที่สำคัญของครอบครัว ร่างกายคุณแม่หลังคลอดต้องการการพักฟื้น ขณะที่ทารกแรกเกิดต้องการการดูแลตลอดเวลา พ่อมือใหม่ในภาคเอกชนจึงตั้งใจขอลาหยุดงานเพื่อไปทำหน้าที่ดูแลภรรยาและลูก แต่พอยื่นใบลา กลับได้รับคำตอบว่า "บริษัทไม่มีสิทธิลาคลอดสำหรับผู้ชาย มีแต่ลาคลอดของผู้หญิง 98 วัน ถ้าจะหยุดต้องใช้ลาพักร้อน หรือลากิจแล้วโดนตัดเงินเดือน" คำถามสำคัญคือ ในระบบกฎหมายปัจจุบัน ลูกจ้างชายในภาคเอกชนมีสิทธิลาไปช่วยภรรยาคลอดบุตรได้จริงหรือไม่ และมีช่องทางตามกฎหมายอย่างไรบ้าง

ในความเป็นจริง แม้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จะยังไม่มีการบัญญัติคำว่า "สิทธิลาคลอดสำหรับลูกจ้างชาย" (Paternity Leave) ไว้อย่างชัดเจนเหมือนระบบข้าราชการที่ลาได้ 15 วันทำการ แต่ในทางปฏิบัติ พ่อมือใหม่ในภาคเอกชนมีสิทธิและช่องทางตามกฎหมายในการลาหยุดได้ 3 รูปแบบหลัก:

  • ประการแรก สิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นตามมาตรา 34: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน โดย มาตรา 57/1 กำหนดให้นายจ้าง "ต้องจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน" ในวันลากิจดังกล่าว ตามแนววินิจฉัยของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การพาภรรยาไปคลอดบุตร การเฝ้าดูแลหลังคลอด ตลอดจนการไปแจ้งเกิดและทำสูติบัตร ถือเป็น "กิจธุระอันจำเป็น" ที่ลูกจ้างต้องไปด้วยตนเอง นายจ้างไม่มีสิทธิปฏิเสธหรือหักเงินค่าจ้างใน 3 วันนี้ได้

  • ประการที่สอง สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามมาตรา 30: หากระยะเวลา 3 วันไม่เพียงพอ ลูกจ้างซึ่งทำงานครบ 1 ปีมีสิทธิใช้ "วันหยุดพักผ่อนประจำปี" ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานตามกฎหมาย โดยสามารถตกลงกำหนดวันหยุดล่วงหน้าร่วมกับนายจ้างเพื่อดูแลครอบครัวได้อย่างเต็มที่

  • ประการที่สาม สวัสดิการองค์กรและทิศทางกฎหมายใหม่: ปัจจุบันหลายองค์กรได้กำหนด "สิทธิลาเพื่อดูแลครอบครัว" (Parental Leave) ให้พนักงานชายลาได้ 7 ถึง 30 วันโดยได้รับค่าจ้าง เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศตามแนวทางขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งหากระเบียบข้อบังคับระบุไว้ ย่อมถือเป็นสภาพการจ้างตาม พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5 ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย อีกทั้งร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่กำลังผลักดันให้บรรจุสิทธิลาคลอดของพนักงานชาย 15 วันทำงานอย่างเป็นทางการ

กรณีศึกษาตัวอย่าง

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

ธนาคม ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอที ภรรยาผ่าคลอดบุตรคนแรก ธนาคมจึงยื่นขอลากิจธุระจำเป็น 3 วัน และขอใช้พักร้อนสะสมอีก 4 วัน รวม 7 วันเพื่อดูแลภรรยาและลูกที่โรงพยาบาล แต่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลปฏิเสธการลากิจธุระจำเป็น อ้างว่าผู้ชายไม่มีสิทธิลาเรื่องคลอดลูก และตัดเงินเดือน 3 วัน ธนาคมจึงนำใบรับรองแพทย์ของภรรยาและสูติบัตรบุตรไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า การดูแลภรรยาผ่าคลอดและแจ้งเกิดเป็นกิจธุระจำเป็นตามมาตรา 34 นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามมาตรา 57/1 จึงมีคำสั่งให้นายจ้างคืนเงินค่าจ้างที่หักไปทั้งหมดแก่ธนาคมทันที (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

4 ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับพ่อมือใหม่

หากคุณเป็นพ่อมือใหม่และกำลังวางแผนลาหยุดเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตร มีแนวทางเตรียมตัว 4 ขั้นตอน:

  1. ตรวจสอบข้อบังคับและสวัสดิการบริษัท: ดูว่ามีสวัสดิการลาดูแลครอบครัว หรือ Parental Leave ที่เป็นคุณกว่ากฎหมายหรือไม่

  2. วางแผนสิทธิการลาร่วมกัน: จัดสรรการใช้สิทธิลากิจธุระจำเป็น 3 วัน (ได้รับค่าจ้าง) ผสมผสานกับวันหยุดพักผ่อนประจำปี

  3. แจ้งล่วงหน้าและแนบเอกสารทางการแพทย์: ยื่นใบลาพร้อมแนบใบนัดคลอดหรือใบรับรองแพทย์ของภรรยาเพื่อเป็นหลักฐานความจำเป็น

  4. ปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน: หากถูกนายจ้างสั่งห้ามลาหรือถูกหักเงินในวันลากิจจำเป็น สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วน 1506

การเริ่มต้นของชีวิตครอบครัวต้องการความร่วมมือของทั้งพ่อและแม่ การใช้สิทธิลาตามกฎหมายอย่างถูกต้องคือการวางรากฐานความอบอุ่นและมั่นคงให้แก่ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกของชีวิต

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มาตรา 30, มาตรา 34, มาตรา 57/1 และมาตรา 76

  • พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5

  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (แนวปฏิบัติว่าด้วยการลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: