เซ็นสัญญาจ้าง 1 ปี ครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา... ได้ค่าชดเชยไหม? เปิดกับดัก "สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลา" ที่คนทำงานต้องรู้ทัน
3 พ.ย. 25690
"สัญญาจ้าง 1 ปีของคุณกำลังจะหมดลงสิ้นเดือนนี้ บริษัทขอขอบคุณที่ร่วมงานกันมา และเนื่องจากเป็นการสิ้นสุดตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้าง บริษัทจึงไม่มีการจ่ายเงินค่าชดเชยใดๆ"
ประโยคบอกเลิกจ้างแบบนิ่มนวลนี้ คือสิ่งที่พนักงานสัญญาจ้าง (Contract Staff) จำนวนมากในตลาดแรงงานไทยต้องเผชิญอยู่เป็นประจำ ฝ่ายบุคคลมักชี้แจงอย่างหนักแน่นว่า ในเมื่อตอนเริ่มงานคุณเซ็นยินยอมรับเงื่อนไขสัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาแน่นอน 1 ปีไปแล้ว เมื่อสัญญาครบกำหนด สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การเลิกจ้าง จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย
คำกล่าวอ้างนี้ขัดต่อกฎหมายแรงงานไทยอย่างสิ้นเชิง และเป็นกลวิธีที่นายจ้างบางแห่งนิยมใช้ตัดภาระค่าใช้จ่าย โดยอาศัยความไม่รู้ของคนทำงาน
ภาพลวงตาของ "สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลา"
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง ระบุชัดเจนว่า "การเลิกจ้าง" หมายความรวมถึง "การที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง" ด้วย
ตามหลักการของกฎหมาย แม้จะเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอน เมื่อครบกำหนดแล้วบริษัทไม่ต่อสัญญา ก็ถือเป็นการ "เลิกจ้าง" ที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานเช่นเดียวกับพนักงานประจำ
หลายบริษัทมักนำ "ข้อยกเว้น" ตามมาตรา 118 วรรคสาม มาอ้างแบบผิดฝาผิดตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชย
กฎหมายยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเฉพาะ 3 กรณีนี้เท่านั้น
กฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างแบบกำหนดระยะเวลา เฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขครบถ้วนตามมาตรา 118 วรรคสาม ซึ่งต้องเป็นงานลักษณะใดลักษณะหนึ่งต่อไปนี้:
งานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ: โครงการพิเศษที่มีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดชัดเจน และไม่ใช่งานค้าขายหรือบริการตามปกติของบริษัท
งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว: งานจรหรืองานเฉพาะกิจที่มีกำหนดสิ้นสุดชัดเจน
งานที่เป็นไปตามฤดูกาล: เช่น การเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือธุรกิจท่องเที่ยวตามฤดูกาล
เงื่อนไขสำคัญคือ งานทั้ง 3 ประเภทนี้ ต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี และต้องทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เริ่มจ้าง หากเป็น "งานปกติในทางธุรกิจ" นายจ้างจะนำข้อยกเว้นนี้มาอ้างไม่ได้เด็ดขาด
เจาะเคสจริง: พนักงานออฟฟิศที่ถูกตัดสิทธิด้วยสัญญา 1 ปี
ธนา (นามสมมุติ) ทำงานตำแหน่ง Graphic Designer ให้บริษัทอีคอมเมิร์ซ โดยเซ็นสัญญาจ้างระยะเวลา 1 ปี เมื่อครบกำหนด บริษัทต่อสัญญาใหม่อีก 1 ปีในตำแหน่งเดิมและทำหน้าที่ปกติของบริษัทเช่นเดิม
พอสิ้นสุดสัญญาปีที่ 2 บริษัทแจ้งไม่ต่อสัญญา โดยบอกว่า "จ้างแบบปีต่อปี สิ้นสุดตามสัญญา ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย" ธนาเกือบยอมรับชะตากรรม แต่เมื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่แรงงาน จึงพบว่าบริษัททำผิดกฎหมาย
งาน Graphic Designer ในบริษัทอีคอมเมิร์ซ คืองานปกติในทางธุรกิจของนายจ้าง ไม่ใช่งานโครงการพิเศษ และการต่อสัญญาต่อเนื่องยิ่งตอกย้ำว่าเป็นงานประจำ เมื่อไม่ต่อสัญญา จึงเป็นการเลิกจ้างที่ธนามีสิทธิได้รับค่าชดเชย 90 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย (อายุงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี) ตามมาตรา 118 (2)
สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างต้องได้รับเมื่อไม่ถูกต่อสัญญา
หากงานของคุณคืองานปกติขององค์กร เมื่อครบสัญญาแล้วบริษัทไม่ต่อสัญญา คุณมีสิทธิเรียกร้องดังนี้:
เงินค่าชดเชยการเลิกจ้าง (มาตรา 118): คำนวณตามอายุงานสะสม เช่น ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ 30 วัน, ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ 90 วัน
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า: กรณีสัญญาจ้างที่ไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดไว้แน่นอน หรือมีเงื่อนไขต่อสัญญาได้ และนายจ้างไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดค่าจ้าง
เงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้ใช้ (มาตรา 67): วันลาพักร้อนคงเหลือต้องแปลงเป็นเงินคืนให้ลูกจ้าง
เช็กลิสต์ปกป้องตัวเองสำหรับคนทำงานสัญญาจ้าง
ตรวจสอบเนื้องานจริง: อย่าดูแค่หัวกระดาษว่าเป็นสัญญาจ้างชั่วคราว ให้ดูว่างานที่ทำคืองานปกติขององค์กรหรือไม่ ถ้าใช่ คุณได้รับความคุ้มครองเรื่องค่าชดเชยเต็มที่
เก็บสำเนาสัญญาทุกฉบับ: การต่อสัญญาปีต่อปีให้นับอายุงานต่อเนื่อง ไม่ได้เริ่มนับหนึ่งใหม่
อย่ายอมเซ็นใบลาออกเด็ดขาด: หากบริษัทไม่ต่อสัญญา ให้ขอยืนยันเป็น "หนังสือแจ้งไม่ต่อสัญญาจ้าง" อย่าเซ็นใบลาออกตามคำกล่อมของ HR เพราะจะทำให้เสียสิทธิค่าชดเชยและเงินว่างงานจากประกันสังคม
สัญญาจ้างกำหนดระยะเวลาไม่ใช่เครื่องมือให้นายจ้างลอยแพพนักงานฟรีๆ หากถูกปฏิเสธเงินชดเชย สามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานผ่าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือปรึกษานิติกรของ ศาลแรงงานกลาง ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย