อายุครบ 60 ขอเกษียณตัวเองได้ทันที: สิทธิรับเงินชดเชยก้อนโตที่บริษัทไม่มีสิทธิเบี้ยว อ้างว่า "ลาออกเอง" ไม่ได้
6 พ.ย. 25690
ทำงานทุ่มเทให้บริษัทมาเกือบทั้งชีวิต จนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน วันเกิดปีที่หกสิบเวียนมาถึง หลายคนอยากหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว แต่กลับต้องสะดุดกับคำพูดของฝ่ายบุคคลที่บอกว่า "บริษัทเราไม่มีนโยบายเกษียณอายุ ใครอยากหยุดต้องเขียนใบลาออกเอาเอง" หรือ "ถ้าเขียนใบลาออก ก็จะไม่ได้เงินชดเชยนะ" คำพูดเหล่านี้ทำให้คนทำงานรุ่นใหญ่จำนวนมากยอมทนลากสังขารทำงานต่อ เพราะกลัวสูญเสียเงินก้อนสุดท้ายที่ควรจะได้ คำถามคือ บริษัทมีสิทธิบังคับให้เราทำงานไปเรื่อยๆ จนยอมลาออกเองโดยไม่จ่ายเงินชดเชยได้จริงหรือ?
(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)
สมคิด อายุ 60 ปี ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้าในโรงงานแห่งหนึ่งมานานถึง 22 ปี เริ่มมีปัญหาปวดหลังเรื้อรัง จึงเข้าไปปรึกษาฝ่ายบุคคลเรื่องขอเกษียณอายุ แต่ฝ่ายบุคคลแจ้งว่า ข้อบังคับของบริษัทไม่ได้เขียนเรื่องเกษียณไว้ หากต้องการหยุดทำงาน ต้องยื่นใบลาออกด้วยตนเอง ซึ่งบริษัทจะไม่จ่ายค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น สมคิดรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง เพราะตนทุ่มเททำงานมาครึ่งชีวิต หากลาออกเฉยๆ เงินชดเชยที่หวังไว้เป็นทุนรักษาสุขภาพยามแก่เฒ่าก็จะหายไปในพริบตา
ข้อกฎหมายคุ้มครองแรงงานกับการเกษียณอายุ
ในความเป็นจริง กฎหมายแรงงานไทยได้ปิดช่องว่างนี้ไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2560 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118/1 ซึ่งบัญญัติคุ้มครองลูกจ้างไว้ 2 กรณีหลัก:
กรณีแรก: หากบริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับ เช่น 55 ปี หรือ 60 ปี เมื่อลูกจ้างอายุครบตามเกณฑ์ สัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงทันที และกฎหมายถือว่าเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118
กรณีที่สอง: หากบริษัท "ไม่ได้กำหนด" อายุเกษียณไว้ หรือกำหนดไว้ "เกินกว่า 60 ปี" กฎหมายให้สิทธิลูกจ้างที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สามารถแสดงเจตนาขอเกษียณอายุต่อนายจ้างเมื่อใดก็ได้ โดยทำเป็นหนังสือแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เมื่อครบกำหนด 30 วัน สัญญาจ้างจะสิ้นสุดลง และกฎหมายถือว่าเป็นการเลิกจ้างเช่นเดียวกัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย จะอ้างว่าลูกจ้างลาออกเองไม่ได้เด็ดขาด (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)
เกณฑ์อัตราค่าชดเชยตามกฎหมาย
อัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118 คำนวณจากอายุงานและค่าจ้างอัตราสุดท้าย:
ทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้รับค่าชดเชย 30 วัน
ทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้รับค่าชดเชย 90 วัน
ทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี ได้รับค่าชดเชย 180 วัน
ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับค่าชดเชย 240 วัน
ทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้รับค่าชดเชย 300 วัน
ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้รับค่าชดเชยสูงสุด 400 วัน
ในกรณีของสมคิดซึ่งมีอายุงาน 22 ปี จึงมีสิทธิได้รับเงินชดเชยสูงถึง 400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ที่กฎหมายมอบให้เป็นหลักประกันความมั่นคงหลังพ้นวัยทำงาน
4 ขั้นตอนเตรียมพร้อมเพื่อรักษาสิทธิ
หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังก้าวสู่วัย 60 ปี นี่คือ 4 ขั้นตอนเตรียมพร้อมเพื่อรักษาสิทธิ:
1. ตรวจสอบข้อบังคับการทำงาน: ดูว่าบริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้หรือไม่ และระบุเงื่อนไขไว้อย่างไร
2. ทำหนังสือแจ้งเกษียณอายุ: หากอายุครบ 60 ปีและต้องการหยุดทำงาน ให้ทำหนังสือแสดงเจตนาขอเกษียณอายุตามมาตรา 118/1 ส่งถึงนายจ้างล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน โดยระบุวันสิ้นสุดการทำงานให้ชัดเจน และห้ามเซ็น "ใบลาออก" เด็ดขาด
3. คำนวณเงินชดเชยและสิทธิตกค้าง: ตรวจสอบวันลาพักร้อนคงเหลือ ค่าจ้างงวดสุดท้าย และเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
4. ปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน: หากบริษัทยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย สามารถยื่นคำร้อง (คร.7) ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ทันที
การเกษียณอายุไม่ใช่ความเมตตาจากบริษัท แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายที่ตอบแทนหยาดเหงื่อแรงกายตลอดหลายสิบปี อย่าปล่อยให้คำลวงว่า "ต้องลาออกเอง" มาพรากเงินก้อนและหลักประกันชีวิตวัยเกษียณของคุณไป
แหล่งอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 มาตรา 118/1
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน