ทำงานจนเจ็บตัว แต่บริษัทสั่งห้ามเบิก "กองทุนเงินทดแทน"... เปิดสิทธิลูกจ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุในงานที่นายจ้างชอบปิดบัง

3 พ.ย. 25690

ทำงานจนเจ็บตัว แต่บริษัทสั่งห้ามเบิก "กองทุนเงินทดแทน"... เปิดสิทธิลูกจ้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุในงานที่นายจ้างชอบปิดบัง

"เกิดอุบัติเหตุตอนยกของจนกระดูกหลังร้าว แต่หัวหน้ากับฝ่ายบุคคลรีบมาดักคอไว้ทันทีว่า ห้ามไปแจ้งสำนักงานประกันสังคมเด็ดขาด ให้ใช้สิทธิประกันกลุ่มหรือบัตรทองรักษาไปก่อน เดี๋ยวบริษัทช่วยออกส่วนต่างให้ ถ้าไปแจ้งเรื่องใหญ่โต จะทำให้สถิติความปลอดภัยเสีย และโบนัสแผนกอาจถูกตัด"

คำพูดหว่านล้อมกึ่งกดดันแบบนี้ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคนทำงานในไทย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานคลังสินค้า ช่างเทคนิค พนักงานบริการ หรือแม้แต่พนักงานออฟฟิศที่ลื่นล้มหรือประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไปพบลูกค้า

ด้วยความเกรงใจและกลัวตกงาน หลายคนยอมทำตามที่บริษัทบอก โดยไม่รู้เลยว่าการยอมปิดปากเงียบ คือการโยนสิทธิประโยชน์ระยะยาวทิ้งไป และปล่อยให้นายจ้างเอาเปรียบ

ทำไมนายจ้างถึงกลัว "กองทุนเงินทดแทน"?

ตามกฎหมาย ประกันสังคมมี 2 กองทุนที่แยกจากกัน:

  • กองทุนประกันสังคม: คุ้มครองการเจ็บป่วย คลอดบุตร หรืออุบัติเหตุ "ที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน" ซึ่งลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจ่ายสมทบ

  • กองทุนเงินทดแทน: คุ้มครองการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย "เนื่องจากการทำงาน" โดย นายจ้างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบฝ่ายเดียว 100% ลูกจ้างไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว

สาเหตุที่หลายบริษัทพยายามปกปิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เพราะประกันสังคมคิดอัตราเงินสมทบตาม "ค่าประสบการณ์ (Experience Rating)" หากบริษัทมีสถิติเกิดอุบัติเหตุบ่อย เบี้ยประกันที่บริษัทต้องจ่ายจะถูกปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 150% ในปีถัดไป และเสี่ยงถูกตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

สิทธิประโยชน์สำคัญที่ลูกจ้างจะเสียไปหากไม่แจ้งเรื่อง

ภายใต้ พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากคุณประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน คุณมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง:

  • ค่ารักษาพยาบาลจ่ายจริง: เบิกได้ตามความจำเป็นตามกฎกระทรวง ตั้งแต่ 50,000 บาท สูงสุดถึง 1,000,000 - 2,000,000 บาท ในกรณีบาดเจ็บรุนแรง

  • เงินทดแทนรายเดือน 70% ของค่าจ้าง: ช่วงที่หยุดพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ กองทุนจะจ่ายเงินชดเชยให้คุณ 70% ของค่าจ้าง ตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน นานสูงสุด 1 ปี (โดย 30 วันแรกของการลาป่วย นายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้างตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ควบคู่ไปด้วย)

  • ค่าทดแทนกรณีสูญเสียสมรรถภาพหรือทุพพลภาพ: ได้รับเงินทดแทน 70% ของค่าจ้าง ต่อเนื่องนานสูงสุด 10 ปี หรือตลอดชีวิตกรณีทุพพลภาพ

  • ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ: ค่าผ่าตัดแก้ไข กายภาพบำบัด และอุปกรณ์อวัยวะเทียม

หากยอมใช้ประกันกลุ่ม เมื่อวงเงินประกันหมดลง คุณจะไม่สามารถขอรับเงินชดเชยรายเดือน 70% ได้เลย

เจาะเคสจริง: กระดูกทับเส้นประสาท ถูกลอยแพหลังประกันกลุ่มหมด

กรณ์ (นามสมมุติ) เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มขณะแบกลังเอกสารจนหมอนรองกระดูกแตก บริษัทขอร้องไม่ให้แจ้งกองทุนเงินทดแทน โดยให้ใช้ประกันกลุ่มผ่าตัด

หกเดือนต่อมา อาการกำเริบจนเดินไม่สะดวก แพทย์ระบุว่าต้องผ่าตัดซ้ำ ปรากฏว่าวงเงินประกันกลุ่มหมดแล้ว และบริษัทเริ่มบีบให้กรณ์ลาออก

กรณ์ตัดสินใจนำเวชระเบียนที่ระบุว่าเกิดอุบัติเหตุในเวลางาน เข้าพบเจ้าหน้าที่ สำนักงานประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนข้อเท็จจริง และอนุมัติสิทธิย้อนหลัง ทำให้กรณ์ได้รับการผ่าตัดฟรี พร้อมเงินทดแทนการหยุดงาน 70% ย้อนหลัง และส่งตัวเข้าฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยนายจ้างถูกลงโทษปรับตามกฎหมาย

นายจ้างไม่ยอมแจ้งเรื่อง... ลูกจ้างต้องทำอย่างไร?

ตามมาตรา 48 นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งการประสบอันตราย (กท. 16) ต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

หากนายจ้างเพิกเฉย:

  • แจ้งแพทย์ผู้รักษาชัดเจน: บอกแพทย์ตั้งแต่แรกว่า "บาดเจ็บจากการทำงาน" เพื่อให้ระบุลงในใบรับรองแพทย์อย่างเป็นทางการ

  • เก็บหลักฐานแวดล้อม: ถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุ พยานบุคคล และบันทึกเวลาทำงาน

  • ยื่นเรื่องด้วยตัวเอง: ลูกจ้างสามารถดาวน์โหลดแบบ กท. 16 และนำหลักฐานไปยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมได้เองภายใน 180 วัน โดยไม่ต้องรอความยินยอมจากนายจ้าง

ร่างกายและสุขภาพของคุณไม่ใช่วัสดุสิ้นเปลืองขององค์กร เมื่อเจ็บป่วยจากการทำงาน สิทธิการรักษาและเงินทดแทนคือสิ่งที่คุณต้องได้รับอย่างเต็มที่ หากถูกข่มขู่ สามารถปรึกษาสายด่วน 1506 หรือติดต่อ ศาลแรงงานกลาง ได้ทันที

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: