ฐานเงินเดือนต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แล้วเอา "เบี้ยขยัน-ค่าครองชีพ" มาโปะให้ถึง: ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 90 หรือไม่?
5 พ.ย. 25690
ประกาศรับสมัครงานระบุเงินเดือน 12,000 บาท ซึ่งดูเหมือนจะผ่านเกณฑ์ค่าจ้างขั้นต่ำ แต่พอเซ็นสัญญาและได้รับสลิปเงินเดือนงวดแรก กลับพบโครงสร้างรายได้ที่ซอยย่อย ฐานเงินเดือนจริงระบุไว้เพียง 8,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 4,000 บาท ถูกแยกเป็น "เบี้ยขยัน 2,000 บาท" และ "เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 2,000 บาท" ปัญหาเกิดขึ้นทันทีในเดือนที่ลูกจ้างจำเป็นต้องลาป่วย หรือมาสาย เบี้ยขยันถูกตัดทิ้งทันที ส่งผลให้เงินเดือนสุทธิเหลือเพียง 8,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย คำถามสำคัญคือ นายจ้างมีสิทธิตั้งโครงสร้างเงินเดือนแบบนี้เพื่อเลี่ยงกฎหมายได้จริงหรือ และตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าจ้างที่แท้จริงคืออะไร
คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนคือ การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน โดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 90 ได้บัญญัติข้อห้ามว่า "ห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ"
หลักการทางกฎหมายที่ต้องทำความเข้าใจมี 3 มิติหลัก
ประการแรก นิยามของคำว่า "ค่าจ้าง" ตามมาตรา 5
มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ได้นิยามคำว่า "ค่าจ้าง" ไว้ว่า คือ เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ ดังนั้น เงินเดือนขั้นพื้นฐาน (Base Salary) ที่จ่ายสำหรับการทำงานในเวลาปกติเท่านั้นที่ถือเป็นค่าจ้างที่แท้จริง
ประการที่สอง เบี้ยขยันและเงินที่มีเงื่อนไขไม่ใช่ค่าจ้างขั้นต่ำ
ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา เงินที่นายจ้างจ่ายโดยมีเงื่อนไข เช่น "เบี้ยขยัน" (ต้องไม่ขาด ไม่ลา ไม่มาสาย) ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างสำหรับการทำงานปกติ เพราะหากลูกจ้างไม่เข้าเงื่อนไขก็จะไม่ได้รับเงินส่วนนี้ นายจ้างจึง "ไม่มีสิทธินำเบี้ยขยันมานับรวม" เพื่อให้ยอดเงินถึงเกณฑ์อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ฐานเงินเดือนปกติเพียวๆ ของลูกจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง
ประการที่สาม ผลกระทบต่อค่าล่วงเวลาและบทลงโทษ
การตั้งฐานเงินเดือนต่ำยังส่งผลเสียต่อการคำนวณค่าล่วงเวลา (OT) เพราะนายจ้างมักนำฐานเงินเดือนต่ำนั้นมาคิดค่าล่วงเวลา ซึ่งผิดกฎหมายซ้ำสอง และหากนายจ้างจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ นายจ้างมีความผิดทางอาญาตาม มาตรา 144 มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องจ่ายเงินส่วนต่างย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีตาม มาตรา 9
กรณีศึกษาประกอบความเข้าใจ
(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)
อนันต์ ทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย นายจ้างทำสัญญาจ้างกำหนดฐานเงินเดือน 7,500 บาท และมีเบี้ยขยัน 3,500 บาท รวมเป็น 11,000 บาท ต่อมาอนันต์ลาป่วยตามใบรับรองแพทย์ 3 วัน นายจ้างตัดเบี้ยขยันทั้งหมด สิ้นเดือนอนันต์ได้รับเงินเพียง 7,500 บาท ซึ่งต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน อนันต์จึงนำสลิปเงินเดือนไปร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า ฐานเงินเดือนปกติของอนันต์ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามมาตรา 90 เบี้ยขยันไม่อาจนำมานับรวมได้ จึงสั่งให้นายจ้างปรับฐานเงินเดือนให้ถูกต้อง และจ่ายเงินส่วนต่างย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 แก่อนันต์ทันที (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)
แนวทางรับมือ 4 ขั้นตอน เมื่อพบโครงสร้างเงินเดือนซอยย่อย
หากกำลังได้รับเงินเดือนที่มีโครงสร้างซอยย่อยเพื่อเลี่ยงค่าจ้างขั้นต่ำ มีแนวทางรับมือ 4 ขั้นตอน:
(1) ตรวจสอบสลิปเงินเดือน: ดูว่ารายการเงินเดือนขั้นพื้นฐาน (Base Salary) มียอดเท่าไร และมีเงินรายการใดที่ผูกกับเงื่อนไข
(2) เทียบกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ: ตรวจสอบประกาศคณะกรรมการค่าจ้างในจังหวัดที่ทำงานอยู่ว่า เมื่อคิดเป็นรายเดือนต้องได้ไม่น้อยกว่าเท่าใด
(3) ทวงถามเงินส่วนต่างเป็นลายลักษณ์อักษร: ทำหนังสือแจ้งฝ่ายบุคคลว่าฐานเงินเดือนสำหรับการทำงานปกติขัดต่อมาตรา 90
(4) ร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน: หากบริษัทยังเพิกเฉย สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วน 1506
ค่าจ้างขั้นต่ำคือตาข่ายความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของชีวิตคนทำงาน นายจ้างไม่มีสิทธิใช้กลอุบายทางบัญชีมาลิดรอนสิทธิที่คุณพึงได้รับตามกฎหมาย
แหล่งอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5, มาตรา 9, มาตรา 90 และมาตรา 144
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (แนวปฏิบัติการจ่ายค่าจ้างและการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ)