เมื่อหัวหน้าไม่กล้าฟันธงและกลัวความรับผิดชอบ: แนวทางขับเคลื่อนงานให้เดินหน้าต่อโดยไม่ต้องรอให้โปรเจกต์พังคามือ

3 พ.ย. 25690

เมื่อหัวหน้าไม่กล้าฟันธงและกลัวความรับผิดชอบ: แนวทางขับเคลื่อนงานให้เดินหน้าต่อโดยไม่ต้องรอให้โปรเจกต์พังคามือ

เดินออกจากห้องประชุมรอบที่สี่ของสัปดาห์ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง

ทุกคนในทีมเตรียมสไลด์มาอย่างดี ตัวเลขเปรียบเทียบต้นทุนชัดเจน ข้อดีข้อเสียมีให้เลือกครบถ้วน แต่พอถึงจังหวะที่ต้องเคาะว่าจะเลือกเส้นทางไหน หัวหน้ากลับนั่งกุมขมับ ถอนหายใจ แล้วพูดประโยคเดิมที่ได้ยินมาเป็นเดือน "ขอพี่กลับไปดูรายละเอียดเพิ่มอีกนิดนะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราค่อยมานัดคุยกันใหม่"

งานที่ควรจะเสร็จตั้งแต่ต้นเดือนยังคงกองนิ่งอยู่บนโต๊ะ ลูกค้าเริ่มส่งอีเมลทวงถาม ฝ่ายอื่นที่รอส่งต่องานเริ่มส่งสายตากดดัน และคนที่ต้องแบกรับความเครียดหน้างานทั้งหมดกลับเป็นตัวคุณ

ถ้าคุณกำลังติดกับดักการทำงานร่วมกับหัวหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจและกลัวความผิดพลาดจนงานไม่ขยับ ขอให้วางแฟ้มงานลงก่อน แล้วมาถอดรหัสเพื่อปลดล็อกปัญหานี้ไปด้วยกัน

ทำไมเขาถึงชอบขอข้อมูลเพิ่มเรื่อยๆ ทั้งที่ตัวเลขบนโต๊ะชัดเจนหมดแล้ว?

เอาเข้าจริง พฤติกรรมชอบเลื่อนการตัดสินใจออกไปเรื่อยๆ แทบไม่เคยเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลไม่พอ

เบื้องลึกในจิตวิทยาของหัวหน้าสายนี้ คือความหวาดกลัวต่อ "ความรับผิดชอบหากเกิดข้อผิดพลาด (Fear of Blame)" เขากลัวว่าถ้าเลือกแผน A แล้วเกิดปัญหา ผู้บริหารระดับสูงจะเพ่งเล็งมาที่เขา การขอข้อมูลเพิ่ม ขอให้ไปทำรีเสิร์ชใหม่ หรือขอประชุมอีกรอบ เป็นเพียงเกราะกำบังที่เขาใช้เพื่อประวิงเวลาและหลีกเลี่ยงการเป็นคนที่ต้องเซ็นชื่อรับผิดชอบ

จะช่วยเคาะทิศทางแทนเขาอย่างไร โดยไม่ให้ดูเหมือนการปีนเกลียว?

ถ้าให้พูดตรงๆ การที่คุณพยายามเอาข้อมูลอีกสิบหน้าไปเสนอเขา จะยิ่งทำให้เขาสับสนและลังเลหนักขึ้นไปอีก สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ตัวเลขเพิ่ม แต่คือ "ความรู้สึกปลอดภัย" ว่าถ้าเดินหน้านี้ไปแล้ว ตัวเขาจะไม่ตกเป็นเป้าโจมตีเพียงลำพัง

เมื่อหัวหน้าไม่กล้าชี้นิ้ว คุณต้องเป็นคนสร้างรางรถไฟให้เขาวิ่งตาม โดยใช้เทคนิค "การขออนุมัติแบบมีค่าเริ่มต้น (Negative Consent หรือ Default Action)"

เลิกส่งอีเมลที่ถามคำถามปลายเปิดอย่าง "หัวหน้าอยากให้เลือกแผนไหนดีครับ" เพราะคำถามแบบนี้จะทำให้เขาหนีไปคิดต่อทันที

ให้เปลี่ยนมาส่งบันทึกข้อความสั้นๆ หน้าเดียวที่ชี้ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด พร้อมกำหนดเส้นตายอัตโนมัติ:"หัวหน้าครับ เพื่อให้โครงการนี้สามารถส่งมอบได้ทันตามกำหนดของฝ่ายบริหารในวันศุกร์หน้า จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงทั้งหมด ทีมขอแนะนำให้เลือก 'แผน A' ซึ่งควบคุมงบประมาณได้ดีที่สุด หากหัวหน้าไม่มีข้อทักท้วงหรือปรับแก้เพิ่มเติมภายในวันพฤหัสบดีเวลาเที่ยงตรง ทีมจะเริ่มดำเนินการตามแผน A ทันทีครับ เพื่อรักษาเส้นตายของงานไว้"

การสื่อสารแบบนี้จะเปลี่ยนภาระในการตัดสินใจ ให้กลายเป็นการรับทราบ และหากเขาไม่อยากคิดมาก งานก็จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เองโดยอัตโนมัติ

ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา จะป้องกันไม่ให้เรากลายเป็นแพะรับบาปได้อย่างไร?

ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดในการขับเคลื่อนงานแทนหัวหน้า คือวันที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด แล้วเขาหันมาชี้หน้าบอกว่า "พี่ไม่ได้สั่งให้ทำแบบนี้นี่"

เครื่องมือป้องกันตัวที่ดีที่สุดของคุณคือการทำ "บันทึกการตัดสินใจอย่างโปร่งใส (Decision Log)"

ทุกครั้งหลังจบการพูดคุย ไม่ว่าจะในห้องประชุมหรือทางโทรศัพท์ ให้ส่งอีเมลสรุปสั้นๆ กลับไปหาหัวหน้าและทีมงานที่เกี่ยวข้องเสมอ:

  • ระบุทางเลือกที่ตัดสินใจร่วมกัน

  • ระบุเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกแนวทางนี้

  • ระบุความเสี่ยงที่ได้รับรู้ร่วมกันไว้ล่วงหน้า

เมื่อทุกขั้นตอนมีร่องรอยการสื่อสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างมืออาชีพ ความพยายามในการโบ้ยความผิดจะตกไปทันที และคุณจะกลายเป็นคนที่องค์กรมองเห็นว่ามีความเป็นผู้นำที่กล้าพาทีมเดินหน้าในยามที่ทิศทางคลุมเครือ

พรุ่งนี้เช้า เปิดอีเมลโปรเจกต์ที่ยังค้างเติ่งอยู่ขึ้นมา ร่างข้อความสั้นๆ 5 บรรทัดด้วยเทคนิคกำหนดเส้นตายอัตโนมัติ แล้วส่งให้หัวหน้าพิจารณา

งานของคุณมีไว้เพื่อสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่เพื่อติดหล่มอยู่กับความลังเลของใคร

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: