ผังผู้สืบทอดตำแหน่งบนกระดาษ: ละครพิธีกรรมประจำปีที่พอผู้บริหารลาออกจริงกลับไม่มีใครพร้อมขึ้นแทน
5 พ.ย. 25690
ในแฟ้มงานลับของคณะกรรมการบริหาร แผนผังสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ถูกจัดทำไว้อย่างประณีต ทุกตำแหน่งสำคัญตั้งแต่ผู้อำนวยการฝ่ายไปจนถึงผู้จัดการอาวุโส มีรายชื่อพนักงานดาวเด่นแปะเรียงไว้เป็นแถว: Ready Now 1 คน, Ready in 1-2 Years อีก 2 คน
ฝ่ายบุคคลนำเสนอสไลด์นี้ด้วยความภาคภูมิใจว่าองค์กรมีความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านบุคลากรครบ 100%
ทว่าเมื่อผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการยื่นใบลาออกกะทันหันกลางปีเพื่อย้ายไปอยู่บริษัทคู่แข่ง ความจริงที่น่าตกใจก็ปรากฏขึ้น:
คนที่มีชื่อว่า "Ready Now" ปฏิเสธการรับตำแหน่งทันทีเพราะรู้สึกว่ายังไม่พร้อมและไม่เคยได้รับมอบหมายงานเชิงกลยุทธ์จริง
คนที่อยู่ในลิสต์ "Ready in 1-2 Years" ชิงลาออกไปตั้งแต่สองเดือนก่อนหน้าเพราะมองไม่เห็นความชัดเจนในเส้นทางอาชีพ
ท้ายที่สุด บอร์ดบริหารต้องจ่ายเงินก้อนโตจ้างบริษัท Headhunter ภายนอกมาหาคนใหม่เข้ามาสวมแทน
ผังผู้สืบทอดตำแหน่งที่อัปเดตทุกปีกลายเป็นเพียงเอกสารพิธีกรรมที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ
ความล้มเหลว 3 ประการที่ทำให้ผังสืบทอดตำแหน่งกลายเป็นเรื่องไร้ค่า
ความลับที่ไม่มีใครรู้: ผู้อยู่ในรายชื่อไม่เคยรู้ว่าตัวเองถูกวางตัวไว้
หลายองค์กรในไทยดำเนินนโยบายสืบทอดตำแหน่งแบบ "ความลับสุดยอด" เพราะเกรงใจคนที่ไม่ได้ถูกเลือกและกลัวความขัดแย้งภายใน ผลคือคนที่ถูกคัดเลือกไม่เคยรับรู้ความคาดหวัง ไม่เคยถูกส่งไปฝึกทักษะความเป็นผู้นำ และไม่ได้รับโจทย์ท้าทาย เมื่อถึงวันที่ตำแหน่งว่างลง พวกเขาจึงตกใจและปฏิเสธโอกาสทองนั้นไปอย่างน่าเสียดาย
การประเมินจากผลงานในอดีต แทนที่จะประเมินศักยภาพแห่งอนาคต
เกณฑ์การเลือกผู้สืบทอดมักผูกติดอยู่กับผลการประเมิน KPI ประจำปี คนที่ทำงานปัจจุบันได้เก่งมักถูกดันชื่อใส่ผังทันที แต่ทักษะที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในฐานะ Specialist ไม่เหมือนกับทักษะที่ต้องใช้ในการบริหารจัดการคน การตัดสินใจเชิงธุรกิจ และการรับมือกับความไม่แน่นอน คนเก่งหน้างานหลายคนเมื่อถูกผลักให้ขึ้นมาคุมทีมโดยไร้การเตรียมพร้อม จึงพังทั้งคนและพังทั้งแผนก
ขาดการฝึกงานจริงในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง (No Real Exposure)
การเตรียมผู้สืบทอดตำแหน่งไม่ใช่การส่งไปนั่งเรียนคอร์ส Mini-MBA หรือฟังสัมมนาผู้นำ แต่คือการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อธุรกิจจริง หากหัวหน้างานคนเดิมยังคงรวบอำนาจอนุมัติไว้คนเดียว ไม่เคยกระจายอำนาจ (Delegation) ไม่เคยให้ลูกทีมเข้าประชุมบอร์ดแทน หรือไม่เคยให้ลองบริหารงบประมาณจริง ผู้นำรุ่นใหม่ย่อมไม่มีวันพร้อม
3 เสาหลักปรับปรุงระบบพัฒนาผู้นำให้ใช้งานได้จริง
เปลี่ยนจากผังรายชื่อลับ มาเป็นการพูดคุยเส้นทางอาชีพอย่างโปร่งใส:
เลิกทำผังสืบทอดตำแหน่งเป็นเอกสารลับ ฝ่ายบุคคลต้องผลักดันให้หัวหน้างานสื่อสารกับผู้มีศักยภาพสูงอย่างตรงไปตรงมา ตกลงเป้าหมายร่วมกัน และจัดทำแผนพัฒนาเฉพาะบุคคล (Individual Development Plan) ที่ระบุช่องว่างทางทักษะและกรอบเวลาที่ชัดเจน
ใช้การมอบหมายงานเชิงกลยุทธ์ข้ามสายงาน (Action Learning Project):
จัดให้ผู้สืบทอดตำแหน่งได้ทดลองเป็นผู้นำโปรเจกต์สำคัญที่ต้องประสานงานข้ามแผนก เช่น การปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดต้นทุน หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อทดสอบภาวะผู้นำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และทักษะการเจรจาต่อรอง
กำหนดให้การสร้างทายาทเป็น KPI หลักของผู้บริหาร:
ผลงานของผู้บริหารระดับสูงต้องไม่วัดแค่ยอดขายหรือกำไรในวาระของตนเอง แต่ต้องรวมถึง "การสร้างและส่งมอบคนที่มีความพร้อมขึ้นมารับช่วงต่อ" หากผู้บริหารคนไหนไม่มีทายาทที่พร้อมรับตำแหน่ง ผลการประเมินประสิทธิภาพในรอบปีนั้นต้องถูกตัดคะแนน
การสืบทอดตำแหน่งไม่ใช่เกมคาดเดาในวันที่วิกฤตมาถึง แต่คือกระบวนการสร้างและบ่มเพาะคนอย่างมีวินัยในทุกๆ วัน
ลองหยิบผัง Succession Plan ของบริษัทคุณมาเปิดดูตอนนี้ แล้วถามตัวเองตรงๆ ว่า ถ้าเบอร์หนึ่งของแผนกหลักลาออกในวันพรุ่งนี้ คนที่มีชื่ออยู่ในผังนั้น พร้อมจะเดินเข้ามารับตำแหน่งทันทีจริงๆ หรือไม่?