ลากิจจำเป็น 3 วัน ต้องได้เงินเดือนเต็ม! บริษัทอ้าง "ยังไม่ผ่านโปร" หรือ "หักเงิน" ผิดกฎหมายไหม? ส่องสิทธิลากิจที่คนทำงานมักเสียเปรียบ

3 พ.ย. 25690

ลากิจจำเป็น 3 วัน ต้องได้เงินเดือนเต็ม! บริษัทอ้าง "ยังไม่ผ่านโปร" หรือ "หักเงิน" ผิดกฎหมายไหม? ส่องสิทธิลากิจที่คนทำงานมักเสียเปรียบ

ประโยคคำสั่งนี้คือสิ่งที่คนทำงานจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กจบใหม่และคนที่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ ต้องยอมก้มหน้ารับสภาพ หลายคนต้องยอมโดนหักเงิน หรือยอมเลื่อนธุระสำคัญของชีวิตออกไป เพราะเข้าใจว่าตัวเอง "ยังไม่มีสิทธิลากิจ" จนกว่าจะผ่านช่วงทดลองงาน 119 วัน

แต่รู้หรือไม่ว่า ในทางกฎหมายแรงงานไทย การอ้างว่า "ยังไม่ผ่านโปรห้ามลากิจ" หรือ "หักเงินเดือนในวันลากิจ 3 วันแรก" ถือเป็นการทำผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างชัดเจน และนายจ้างมีโทษปรับทางอาญา

กฎหมายสั่งชัด: ลากิจจำเป็นอย่างน้อย 3 วัน "ต้องได้ค่าจ้างเต็ม"

ตั้งแต่ปี 2562 กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งสำคัญ โดยตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 7) ได้เพิ่มหลักการคุ้มครองสิทธิลากิจไว้อย่างเด็ดขาด:

มาตรา 34: "ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน"

มาตรา 57/1: "ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นตามมาตรา 34 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามวันทำงาน"

นั่นหมายความว่า คนทำงานทุกคนมีสิทธิลากิจจำเป็นได้อย่างน้อย 3 วันต่อปี โดยที่นายจ้าง "ต้องจ่ายเงินเดือนเต็ม ห้ามหักเงินแม้แต่บาทเดียว" หากนายจ้างหักเงิน จะมีความผิดตามมาตรา 76 และมีโทษปรับทางอาญาสูงสุด 20,000 บาท ตามมาตรา 144

อยู่ระหว่างทดลองงาน มีสิทธิลากิจได้รับเงินไหม?

นี่คือประเด็นที่บริษัทจำนวนมากมักนำมาบิดเบือนเอาเปรียบลูกจ้าง

ในมาตรา 34 และ 57/1 กฎหมายใช้คำว่า "ลูกจ้าง" โดยไม่มีข้อความใดระบุว่าต้องทำงานครบกำหนดเวลาก่อน ต่างจาก "สิทธิวันลาพักร้อน" (มาตรา 30) ที่กฎหมายเขียนชัดเจนว่าต้องทำงานครบ 1 ปีก่อนจึงจะมีสิทธิ

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานทดลองงาน พนักงานประจำ พนักงานสัญญาจ้าง หรือพนักงานรายวัน ทันทีที่คุณเริ่มทำงานตั้งแต่วันแรก คุณมีสิทธิลากิจจำเป็น 3 วันต่อปีโดยได้รับค่าจ้างทันที ข้อบังคับบริษัทที่เขียนว่า "ช่วงทดลองงานไม่มีสิทธิลากิจ" ขัดต่อกฎหมายและตกเป็นโมฆะ

แค่ไหนที่เรียกว่า "กิจธุระอันจำเป็น"?

กฎหมายไม่ได้ระบุรายการตายตัว แต่ศาลฎีกาและแนวปฏิบัติด้านแรงงานวางกรอบไว้ว่า ต้องเป็น "กิจธุระที่ลูกจ้างต้องดำเนินการด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ และต้องทำในวันเวลาทำการปกติ" เช่น:

การติดต่อหน่วยงานราชการ: ทำบัตรประชาชน ต่อใบขับขี่ ติดต่อสำนักงานที่ดิน ย้ายทะเบียนบ้าน

การไปศาลหรือสถานีตำรวจ: ในฐานะพยานหรือผู้เกี่ยวข้อง

ธุระสำคัญของครอบครัว: จัดการงานศพคนในครอบครัว พาพ่อแม่หรือลูกที่ป่วยไปโรงพยาบาล

ธุระทางการศึกษา: ไปรับปริญญา หรือรายงานตัวเข้าศึกษา

นายจ้างมีสิทธิขอดูหลักฐานความจำเป็นตามสมควร (เช่น ใบนัดราชการ) แต่ไม่มีสิทธิตั้งกฎกีดกันจนลูกจ้างใช้สิทธิไม่ได้

เจาะเคสจริง: พนักงานทดลองงาน ลากิจ 1 วัน โดนหักเงินและขู่ไม่ให้ผ่านโปร

บาส (นามสมมุติ) เริ่มงานตำแหน่งไอทีได้ 2 เดือน วันหนึ่งจำเป็นต้องไปโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่สำนักงานที่ดิน จึงยื่นใบขอลากิจล่วงหน้าพร้อมแนบใบนัด

หัวหน้างานและ HR แจ้งว่า "ยังไม่ผ่านโปร ต้องเซ็นเป็นลาไม่รับค่าจ้าง โดนหักเงิน 1 วัน และตัดคะแนนประเมิน"

บาสโทรปรึกษาสายด่วน 1506 และนำข้อกฎหมายมาตรา 34 และ 57/1 ไปพูดคุยกับ HR อย่างสุภาพ เมื่อฝ่ายบุคคลตรวจสอบข้อกฎหมาย จึงพบว่าบริษัททำผิดระเบียบ และยอมอนุมัติให้บาสลากิจโดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน พร้อมถอนการตัดคะแนนประเมินออก

เช็กลิสต์ปกป้องสิทธิลากิจของตัวเอง

ยื่นใบลาล่วงหน้าพร้อมแนบหลักฐาน: ยื่นขอลาตามระบบพร้อมแนบใบนัดเพื่อแสดงความสุจริตใจ

ตรวจสอบสลิปเงินเดือน: การลากิจจำเป็นไม่เกิน 3 วันแรกของปี ต้องไม่มีการหักเงินเดือน

หากถูกหักเงินไม่เป็นธรรม: ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานผ่าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือติดต่อ ศาลแรงงานกลาง ได้ฟรี

ชีวิตไม่ได้มีแค่งาน และทุกคนย่อมมีธุระจำเป็น กฎหมายให้สิทธิลากิจ 3 วันพร้อมค่าจ้างเพื่อสร้างสมดุลให้ชีวิต อย่าให้ความกลัวทำให้นายจ้างริบสิทธินี้ไปจากคุณ

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: