หมายเรียกพลทหารกองหนุนส่งถึงบ้าน! ส่องสิทธิ "ลาเพื่อรับราชการทหาร" ที่นายจ้างห้ามปฏิเสธ และต้องจ่ายค่าจ้างเต็ม 60 วัน

3 พ.ย. 25690

หมายเรียกพลทหารกองหนุนส่งถึงบ้าน! ส่องสิทธิ "ลาเพื่อรับราชการทหาร" ที่นายจ้างห้ามปฏิเสธ และต้องจ่ายค่าจ้างเต็ม 60 วัน

"มีหมายเรียกพลไปฝึกทหาร 15 วันเหรอ? บริษัทไม่อนุมัติให้ลานะ ช่วงนี้งานเร่ง ถ้าจะไปก็ต้องใช้วันลาพักร้อน หรือไม่ก็ลาแบบไม่รับเงินเดือน แต่ถ้าแอบหนีไปจะถือว่าขาดงานและไล่ออกทันที!"

คำขู่ดุดันจากหัวหน้างานหรือฝ่ายบุคคลแบบนี้ คือสิ่งที่พนักงานชายไทยจำนวนมากที่จบ รด. หรือเคยเป็นทหารเกณฑ์ต้องเจอ เมื่อมี "หมายเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือตรวจสอบสภาพความพร้อม" จากกองทัพส่งมาถึงบ้าน ความกลัวตกงานทำให้หลายคนกังวลใจว่าจะเลือกหน้าที่พลเมืองหรือปากท้องดี แต่ในความเป็นจริงของกฎหมายแรงงานไทย นายจ้างไม่มีสิทธิปฏิเสธการลา และมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเดือนตามปกติอย่างครบถ้วน

สิทธิลาตามกฎหมายตามมาตรา 35 และค่าจ้างเต็มตามมาตรา 58

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 35 บัญญัติคุ้มครองไว้ชัดเจนว่า "ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดสอบความพรั่งพร้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร"

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อไม่ให้ภาระหน้าที่ความมั่นคงกลายมาเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีพ มาตรา 58 ยังกำหนดให้นายจ้างต้อง "จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อรับราชการทหารตามมาตรา 35 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 60 วัน"

แปลความหมายง่ายๆ คือ ตราบใดที่ระยะเวลาการฝึกทหารตามหมายเรียกไม่เกิน 60 วันต่อปี นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนเต็มจำนวน 100% เสมือนว่าลูกจ้างมาทำงานตามปกติทุกประการ

3 ข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่นายจ้างห้ามละเมิด

  • นายจ้างไม่มีอำนาจ "ไม่อนุมัติ": การปฏิบัติตามหมายเรียกพลเป็นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งมีโทษอาญาจำคุกหากหลีกเลี่ยง เมื่อลูกจ้างนำหมายเรียกมาแสดง นายจ้างมีหน้าที่ต้องรับทราบและอนุญาตให้ลา จะอ้างว่างานยุ่งแล้วปฏิเสธไม่ได้

  • - ห้ามบังคับให้ใช้วันลาพักร้อนหรือลากิจ: สิทธิการลาเพื่อรับราชการทหารเป็นสิทธิเฉพาะตัวตามกฎหมายแรงงาน แยกขาดจากสิทธิลาพักร้อนประจำปีและวันลากิจ นายจ้างจะบังคับให้ลูกจ้างหักวันลาพักร้อนมาใช้แทนไม่ได้เด็ดขาด

  • - การไปฝึกทหารไม่ใช่การขาดงาน: หากลูกจ้างแจ้งลาพร้อมแนบหมายเรียกถูกต้อง นายจ้างจะนำวันดังกล่าวไปบันทึกว่าขาดงาน หรือนำมาตัดเบี้ยขยันหรือตัดโบนัสไม่ได้

เคสตัวอย่างจำลอง

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

ภานุ ทำงานเป็นวิศวกรระบบ ได้รับหมายเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร 14 วัน ภานุยื่นใบลาพร้อมแนบหมายเรียกต่อฝ่ายบุคคลล่วงหน้า แต่ผู้จัดการแจ้งว่า "ไม่อนุมัติ เพราะระบบกำลังจะขึ้นเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ถ้าจะไปให้ลาออกจากงานไปก่อน ฝึกเสร็จค่อยมาสมัครใหม่"

ภานุไม่ยอมเซ็นใบลาออกและยืนยันสิทธิตามกฎหมาย เมื่อภานุไปฝึกทหารจนครบกำหนดและกลับมาทำงาน บริษัทกลับออกหนังสือเลิกจ้างอ้างว่าละทิ้งหน้าที่เกิน 3 วัน ภานุจึงฟ้องศาลแรงงาน ศาลแรงงานวินิจฉัยว่า การที่ภานุไปรับราชการทหารตามหมายเรียกของทางราชการ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ย่อมไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่ คำสั่งเลิกจ้างจึงไม่เป็นธรรม พิพากษาให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างตลอด 14 วัน และค่าเสียหาย (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

ขั้นตอนเตรียมความพร้อมระยะสั้นเมื่อได้รับหมายเรียกพล

  • ตรวจสอบเอกสารทันที: ดูวัน เวลา และสถานที่รายงานตัวในหมายเรียกให้ชัดเจน

  • - ยื่นใบลาล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร: แนบสำเนาหมายเรียกพลส่งให้ฝ่ายบุคคลทันที เพื่อให้องค์กรวางแผนกระจายงาน

  • - ขอหนังสือรับรองการฝึก: เมื่อฝึกเสร็จ ให้ขอหนังสือรับรองจากหน่วยทหาร เพื่อนำกลับมายื่นยืนยันการกลับเข้าทำงาน

หน้าที่ต่อประเทศชาติกับสิทธิในการทำงานสามารถเดินควบคู่กันได้ หากทุกฝ่ายเข้าใจและเคารพกฎหมายอย่างถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 35, 58, 118, 119)

  • - พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497

  • - พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 (มาตรา 49)

  • - รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (มาตรา 50 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: