สัญญาจ้างระบุ "ห้ามฟ้องศาลแรงงาน ให้ใช้อนุญาโตตุลาการเท่านั้น" ลิดรอนสิทธิลูกจ้างได้จริงหรือ?

4 พ.ย. 25690

สัญญาจ้างระบุ "ห้ามฟ้องศาลแรงงาน ให้ใช้อนุญาโตตุลาการเท่านั้น" ลิดรอนสิทธิลูกจ้างได้จริงหรือ?

ในสัญญาจ้างระบุเป็นภาษาอังกฤษว่า 'ข้อพิพาทใดๆ ให้ระงับโดยอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) เท่านั้น และห้ามฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน' พอถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและไม่จ่ายค่าชดเชย ทนายบริษัทก็ขู่ว่า ถ้าไปฟ้องศาลแรงงาน ศาลจะยกฟ้องทันทีเพราะติดสัญญาอนุญาโตตุลาการ แถมค่าใช้จ่ายอนุญาโตตุลาการเริ่มต้นเป็นแสนบาท ลูกจ้างจะเอาเงินที่ไหนไปสู้?

คำขู่ทางกฎหมายนี้มักพบในสัญญาจ้างของบริษัทข้ามชาติ (MNCs), สตาร์ตอัป, สถาบันการเงิน และสัญญาจ้างระดับผู้บริหาร หลายองค์กรพยายามนำ "ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ" มาใส่ไว้ เพื่อสร้างกำแพงค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว สกัดกั้นไม่ให้ลูกจ้างกล้าฟ้องร้อง คำถามสำคัญตามกฎหมายแรงงานไทยคือ ข้อสัญญาที่เขียนห้ามฟ้องศาลแรงงาน มีผลผูกพันตัดสิทธิลูกจ้างได้จริงหรือ?

ศาลแรงงาน: ที่พึ่งที่กฎหมายสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองคนทำงาน

ระบบยุติธรรมแรงงานของไทย ถูกออกแบบมาภายใต้ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ด้วยหลักการว่า "ลูกจ้างเป็นฝ่ายที่มีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจด้อยกว่า"

กฎหมายจึงกำหนดให้คดีในศาลแรงงาน:

ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด ลูกจ้างฟ้องร้องได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าวางศาล

มีกระบวนการไกล่เกลี่ยที่รวดเร็ว ประหยัด และเที่ยงธรรม

มาตรา 8 กำหนดให้อำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นของศาลแรงงาน

ข้อสัญญาบังคับอนุญาโตตุลาการในคดีแรงงาน ตกเป็น "โมฆะ"!

กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) มีค่าใช้จ่ายมหาศาล ทั้งค่าธรรมเนียมสถาบันและค่าตอบแทนอนุญาโตตุลาการที่เริ่มต้นหลักแสนบาท หากนำมาบังคับกับลูกจ้าง ย่อมเท่ากับปิดประตูความยุติธรรมทันที

ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เป็น "กฎหมายความสงบเรียบร้อยของประชาชน" สิทธิในค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าชดเชย เป็นสิทธิขั้นต่ำที่กฎหมายคุ้มครองเด็ดขาด

ข้อสัญญาในสัญญาจ้างที่ระบุห้ามฟ้องศาลแรงงาน และบังคับให้ไปใช้อนุญาโตตุลาการ จึงเป็นการตัดสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของลูกจ้าง ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ข้อสัญญานั้นจึงตกเป็น "โมฆะ" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ไม่มีผลบังคับใช้เสมือนไม่เคยมีข้อความนี้เขียนไว้ (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

ลูกจ้างมีสิทธิเดินหน้าฟ้องศาลแรงงานได้ตามปกติ

เมื่อข้อสัญญาเป็นโมฆะ นายจ้างจะนำข้อตกลงอนุญาโตตุลาการมาขอให้ศาลแรงงานจำหน่ายคดีไม่ได้ ศาลแรงงานยังมีอำนาจเต็มตามกฎหมายในการรับคำฟ้องและพิจารณาคดีคุ้มครองสิทธิลูกจ้างต่อไป

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

เคสตัวอย่างจำลอง: อนันต์ ทำงานเป็นหัวหน้าทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในบริษัทข้ามชาติ สัญญาจ้างระบุให้ระงับข้อพิพาทผ่านอนุญาโตตุลาการในต่างประเทศเท่านั้น ห้ามฟ้องศาลไทย ต่อมาบริษัทเลิกจ้างอนันต์กะทันหันโดยไม่จ่ายค่าชดเชย อนันต์ตัดสินใจฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง

ทนายความของนายจ้างยื่นคัดค้านขอให้ศาลจำหน่ายคดีโดยอ้างสัญญาอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลแรงงานมีคำสั่งยกคำร้องของนายจ้าง วินิจฉัยว่าข้อสัญญาดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 150 ตกเป็นโมฆะ ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาคดี และต่อมาพิพากษาให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 พร้อมสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมกว่า 450,000 บาท (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

ขั้นตอนเตรียมตัวและแนวทางรักษาสิทธิสำหรับคนทำงาน

อย่าตระหนกกับข้อความสัญญา: ข้อสัญญาใดที่ลิดรอนสิทธิขั้นต่ำตามกฎหมายไทย กฎหมายถือเป็นโมฆะทั้งหมด

นำสัญญาจ้างเข้าปรึกษานิติกรศาลแรงงาน: ศาลแรงงานทุกแห่งมีนิติกรคอยให้คำปรึกษาและช่วยร่างคำฟ้องให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ใช้สิทธิฟ้องคดีแรงงานทันที: ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานในเขตอำนาจ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมช่วยคุ้มครองสิทธิ

ความยุติธรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาษาที่ซับซ้อนในสัญญาจ้าง อย่าปล่อยให้ข้อความทางกฎหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยมาปิดกั้นสิทธิที่คุณพึงได้รับตามกฎหมาย

แหล่งอ้างอิง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 (มาตรา 8, 49)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 17, 118)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 150, 575)

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (มาตรา 25, 68 การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: