ลาป่วยแค่วันเดียว แต่บริษัทบังคับเอาใบรับรองแพทย์ ขู่หักเงินเดือน: ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 32 หรือไม่?
5 พ.ย. 25690
ตื่นเช้ามาพร้อมอาการไข้ขึ้นสูง หรือท้องเสียจนลุกไม่ไหว จึงส่งข้อความแจ้งหัวหน้างานเพื่อขอลางาน 1 วัน แต่คำตอบที่ได้รับคือ "บริษัทมีระเบียบว่า ลาป่วยแม้แค่วันเดียว ต้องมีใบรับรองแพทย์มายืนยัน หากไม่มี จะถือว่าขาดงานและถูกหักเงินเดือน" ทั้งที่ต้องการพักผ่อน แต่กลับต้องฝืนสังขารไปคลินิกหรือโรงพยาบาล เสียเงินเพื่อแลกกับใบรับรองแพทย์แผ่นเดียว คำถามสำคัญคือ นายจ้างมีสิทธิออกกฎบังคับแบบนี้ได้จริงหรือ และตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สิทธิการลาป่วยของเราเป็นอย่างไร
คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนคือ การออกกฎบังคับให้ลูกจ้างต้องแสดงใบรับรองแพทย์สำหรับการลาป่วยเพียง 1-2 วัน เป็นการ "ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างชัดเจน" โดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 32 ได้บัญญัติว่า "ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ หากลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองแพทย์ได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ"
หลักเกณฑ์สำคัญตามกฎหมายมี 3 มิติหลัก:
ประการแรก กฎหมายบังคับเฉพาะการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป คำว่า "การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป" ในมาตรา 32 หมายความว่า สิทธิตามกฎหมายที่นายจ้างจะเรียกดูใบรับรองแพทย์ได้นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อลูกจ้าง "ลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปเท่านั้น" สำหรับการลาป่วย 1 หรือ 2 วัน กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์ ลูกจ้างมีหน้าที่เพียงแจ้งอาการป่วยตามจริงให้นายจ้างทราบ
ประการที่สอง กฎระเบียบบริษัทที่ขัดต่อกฎหมายตกเป็นโมฆะ แม้บริษัทจะเขียนระเบียบว่า "ลาป่วย 1 วันต้องมีใบรับรองแพทย์" หรือระบุในสัญญาจ้างก็ตาม ข้อบังคับดังกล่าวถือเป็นการตัดทอนสิทธิของลูกจ้าง จึงตกเป็นโมฆะทันทีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 เพราะขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อย นายจ้างจึงไม่อาจนำข้ออ้างนี้มาถือว่าลูกจ้างขาดงานได้
ประการที่สาม สิทธิในค่าจ้างและข้อห้ามหักเงินเดือน ตาม มาตรา 57 นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วย เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวันทำงาน การที่นายจ้างถือว่าไม่มีใบรับรองแพทย์ในการลาป่วย 1-2 วันเป็นการขาดงานแล้วหักเงินเดือน ถือเป็นการหักค่าจ้างโดยมิชอบตาม มาตรา 76 ซึ่งนายจ้างมีความผิดอาญาตาม มาตรา 144 มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีตาม มาตรา 9
(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)
ศิริพร ทำงานเป็นพนักงานบัญชี มีอาการอาหารเป็นพิษจึงแจ้งลาป่วย 1 วันและพักผ่อนที่บ้าน รุ่งขึ้นเมื่อกลับไปทำงาน ฝ่ายบุคคลแจ้งว่าไม่มีใบรับรองแพทย์ จึงบันทึกว่าขาดงานและหักเงินเดือน 1 วัน ศิริพรจึงนำสลิปเงินเดือนไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า การลาป่วย 1 วัน นายจ้างไม่มีสิทธิเรียกใบรับรองแพทย์ตามมาตรา 32 และการหักค่าจ้างขัดต่อมาตรา 57 และ 76 จึงสั่งให้นายจ้างคืนเงินค่าจ้างที่หักไปทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย และสั่งให้ยกเลิกระเบียบดังกล่าวทันที (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)
หากกำลังเจอปัญหานายจ้างบังคับใบรับรองแพทย์ในการลาป่วย 1-2 วัน มีแนวทางรับมือ 4 ขั้นตอน:
แจ้งลาป่วยเป็นลายลักษณ์อักษร: ส่งข้อความหรืออีเมลแจ้งอาการป่วยตามจริงให้หัวหน้างานทราบในเช้าวันที่ลา
สื่อสารข้อกฎหมายมาตรา 32 และมาตรา 57: ชี้แจงต่อฝ่ายบุคคลว่ากฎหมายกำหนดให้แสดงใบรับรองแพทย์เฉพาะการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปเท่านั้น
ตรวจสอบสลิปเงินเดือน: หากพบว่าถูกบันทึกว่าขาดงานหรือถูกหักเงินเดือน ให้ทำหนังสือทวงถามขอคืนเงินค่าจ้างทันที
ร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน: หากบริษัทยังคงยืนยันจะหักเงิน สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วน 1506
การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ สิทธิการลาป่วยตามมาตรา 32 มีไว้เพื่อฟื้นฟูร่างกายอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้คนป่วยต้องดิ้นรนเพื่อเอกสารแผ่นเดียว
แหล่งอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 9, มาตรา 32, มาตรา 57, มาตรา 76 และมาตรา 144
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 (นิติกรรมที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยเป็นโมฆะ)
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (แนวปฏิบัติว่าด้วยสิทธิการลาป่วยและหลักฐานการลา)