ลากิจจำเป็น จัดงานศพ-ดูแลพ่อแม่ป่วย บริษัทสั่งห้ามลาหรือหักเงิน: ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 34 หรือไม่?
5 พ.ย. 25690
เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในชีวิต เช่น บิดามารดาป่วยหนักกะทันหัน หรือญาติสนิทเสียชีวิตจนต้องเดินทางไปจัดงานศพ หรือจำเป็นต้องไปทำธุรกรรมราชการ คนทำงานทุกคนต่างต้องการใช้สิทธิ "ลากิจ" เพื่อไปจัดการธุระสำคัญ แต่พอยื่นใบลาต่อหัวหน้างาน กลับได้รับคำตอบว่า "ช่วงนี้งานยุ่ง ไม่อนุมัติ ถ้าหยุดไปจะถือว่าขาดงานและถูกหักเงิน" หรือบางบริษัทมีกฎว่า "ต้องผ่านโปร 119 วันก่อน ถึงจะมีสิทธิลากิจได้" คำถามสำคัญคือ นายจ้างมีอำนาจสั่งห้ามลาหรือหักเงินค่าจ้างในวันลากิจได้จริงหรือ และตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สิทธินี้ได้รับการคุ้มครองไว้อย่างไร
คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนคือ การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน โดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562) มาตรา 34 ได้บัญญัติรับรองสิทธิไว้อย่างเด็ดขาดว่า "ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน" และมาตรา 57/1 กำหนดให้นายจ้าง "ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามวันทำงาน"
สาระสำคัญของสิทธิลากิจตามกฎหมายมี 3 มิติหลัก
ประการแรก สิทธิเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ได้กำหนดเงื่อนไขว่าต้องผ่านการทดลองงาน หรือต้องทำงานครบ 1 ปีก่อน สิทธิตามมาตรา 34 เกิดขึ้นทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน หากบริษัทออกกฎระเบียบว่า "พนักงานทดลองงานไม่มีสิทธิลากิจ" ข้อบังคับนั้นย่อมขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยและตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
ประการที่สอง ขอบเขตของ "กิจธุระอันจำเป็น" ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา กิจธุระอันจำเป็นหมายถึง ธุระส่วนตัวที่ลูกจ้างต้องไปด้วยตนเองและไม่อาจมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ หรือไม่อาจทำในวันหยุดได้ เช่น การจัดการงานศพบิดา มารดา คู่สมรส บุตร, การดูแลครอบครัวที่เจ็บป่วยหนัก, การไปติดต่อราชการเพื่อทำบัตรประชาชน หรือการไปศาล การที่นายจ้างปฏิเสธการลาในกรณีจำเป็นเหล่านี้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือเป็นการใช้อำนาจบริหารโดยไม่สุจริต
ประการที่สาม หน้าที่จ่ายค่าจ้างและบทลงโทษ นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนในวันลากิจอย่างน้อย 3 วันต่อปี การหักเงินเดือนหรือหักเบี้ยขยันเนื่องจากใช้สิทธิลากิจตามกฎหมาย ถือเป็นการหักค่าจ้างที่ไม่ชอบด้วย มาตรา 76 และนายจ้างที่ฝ่าฝืนมีโทษปรับทางอาญาตาม มาตรา 144/1 ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
กรณีศึกษาตัวอย่าง
(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)
ปิยะมาศ ทำงานได้เพียง 2 เดือน บิดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน เธอจึงขอลากิจธุระจำเป็น 3 วันเพื่อจัดงานศพ แต่ฝ่ายบุคคลปฏิเสธโดยอ้างว่ายังอยู่ในช่วงทดลองงาน หากหยุดจะถือว่าขาดงานและหักเงิน 3 วัน ปิยะมาศจำเป็นต้องไปงานศพบิดา เมื่อสิ้นเดือนพบว่าถูกหักเงินไป 3,000 บาท เธอจึงนำใบมรณบัตรและสลิปเงินเดือนไปร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่าสิทธิตามมาตรา 34 คุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน และการจัดงานศพบิดาเป็นกิจธุระจำเป็น จึงสั่งให้นายจ้างคืนเงินค่าจ้างที่หักไปทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)
หากเจอปัญหาบริษัทไม่อนุมัติลากิจจำเป็น มีแนวทางรับมือ 4 ขั้นตอน
ยื่นใบลาพร้อมแนบเอกสารหลักฐาน: ระบุเหตุผลความจำเป็นชัดเจน เช่น ใบมรณบัตร ใบนัดแพทย์ หรือเอกสารราชการ
สื่อสารข้อกฎหมายมาตรา 34 และ 57/1: ชี้แจงต่อฝ่ายบุคคลว่ากฎหมายให้สิทธิลากิจได้รับค่าจ้างปีละ 3 วันตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน
บันทึกหลักฐานการขอลา: เก็บภาพถ่ายใบลา หรืออีเมลที่ส่งขอลาไว้เป็นหลักฐานเพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่าละทิ้งหน้าที่
ปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน: หากถูกหักเงินเดือน สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วน 1506
ความจำเป็นในครอบครัวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิทธิลากิจตามมาตรา 34 คือความคุ้มครองทางมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานที่กฎหมายมอบให้คนทำงานทุกคน
แหล่งอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มาตรา 34, มาตรา 57/1, มาตรา 76 และมาตรา 144/1
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 (นิติกรรมที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยเป็นโมฆะ)
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (แนวปฏิบัติว่าด้วยการลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น)