ป่วยเรื้อรัง-พักฟื้นยาว บริษัทให้ออกจากงานได้ไหม? ส่องสิทธิค่าชดเชยที่นายจ้างห้ามชักดาบ

4 พ.ย. 25690

ป่วยเรื้อรัง-พักฟื้นยาว บริษัทให้ออกจากงานได้ไหม? ส่องสิทธิค่าชดเชยที่นายจ้างห้ามชักดาบ

"ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ต้องพักฟื้น 3 เดือน ใช้โควตาลาป่วยครบ 30 วันไปแล้ว จู่ๆ ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งว่า บริษัทขอยกเลิกสัญญาจ้างเพราะคุณไม่พร้อมทำงาน และจะไม่จ่ายเงินชดเชยใดๆ เพราะเป็นปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แบบนี้ทำได้จริงหรือ?"

เสียงสะอื้นจากคนทำงานที่กำลังเผชิญวิกฤตสุขภาพ สะท้อนความไม่มั่นคงของมนุษย์เงินเดือนได้อย่างเจ็บปวด เมื่อร่างกายล้มป่วยจนทำงานเหมือนเดิมไม่ได้ สิ่งที่ตามมาซ้ำเติมกลับเป็นความเสี่ยงที่จะถูกองค์กร "ปลดทิ้งกลางคัน" คำถามสำคัญตามกฎหมายแรงงานคือ นายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างพนักงานที่ป่วยเรื้อรังได้หรือไม่ และหากเลิกจ้าง กฎหมายคุ้มครองสิทธิเงินชดเชยไว้อย่างไร?

สิทธิลาป่วยตามกฎหมาย: ป่วยจริงลาได้เกิน 30 วัน

ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 32 บัญญัติชัดเจนว่า "ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง" ตราบใดที่มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ลูกจ้างมีสิทธิลาพักรักษาตัวได้ตามระยะเวลาที่แพทย์สั่ง

ขณะที่มาตรา 57 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยปีหนึ่งไม่เกิน 30 วันทำงาน หากคุณป่วยเกิน 30 วัน คุณยังมีสิทธิลาป่วยต่อได้ตามกฎหมาย เพียงแต่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันที่เกินมา นายจ้างจะนำมาอ้างว่าคุณขาดงานไม่ได้

นายจ้างปลดได้ แต่ "ต้องจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวน"

หากลูกจ้างเจ็บป่วยเรื้อรังจนหย่อนสมรรถภาพและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไป นายจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้เพื่อการบริหารองค์กร แต่การเจ็บป่วย "ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง" ไม่เข้าข้อยกเว้นการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 แม้แต่ข้อเดียว ดังนั้น:

  • นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118: ตั้งแต่ 30 วัน ไปจนถึง 400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย

  • ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17: หากให้ออกจากงานทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามงวดจ่ายค่าจ้าง

  • ห้ามบีบให้เซ็นใบลาออกเอง: การที่ HR โน้มน้าวหรือขู่ให้เขียนใบลาออกเพื่อเลี่ยงจ่ายค่าชดเชย ถือว่าไม่สุจริต

หากเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา หากลูกจ้างป่วยแต่มีแนวโน้มจะรักษาหายได้ในเวลาอันใกล้ หรือสามารถปรับเปลี่ยนไปทำหน้าที่อื่นที่ไม่กระทบต่อร่างกายได้ แต่นายจ้างกลับชิงเลิกจ้างทันที ศาลแรงงานอาจวินิจฉัยว่าเป็น "การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม" ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 และสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

เคสตัวอย่างจำลอง: สุรชัย พนักงานควบคุมเครื่องจักร อายุงาน 6 ปี ป่วยต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หลังจากลาป่วยครบ 30 วัน สุรชัยขอสลับไปช่วยงานเอกสารคลังสินค้าแทน แต่โรงงานปฏิเสธและยื่นหนังสือเลิกจ้างทันที อ้างว่าสุขภาพไม่พร้อมทำงาน และไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย

สุรชัยฟ้องศาลแรงงาน ศาลวินิจฉัยว่า การเจ็บป่วยของสุรชัยไม่ใช่ความผิดวินัยตามมาตรา 119 นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน 6 ปี เป็นจำนวน 240 วันตามมาตรา 118 และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 รวมเป็นเงินกว่า 280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

แนวทางปฏิบัติและสิทธิประโยชน์ที่ต้องยื่นขอ

  • อย่าเซ็นใบลาออกเด็ดขาด: ให้ยืนยันขอเป็น "หนังสือเลิกจ้าง" ที่ระบุเหตุผลเรื่องสุขภาพ เพื่อใช้เบิกเงินชดเชย

  • ยื่นขอเงินทดแทนขาดรายได้จากประกันสังคม: ลูกจ้างที่ลาป่วยเกิน 30 วัน ยื่นขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคมได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง (ครั้งละไม่เกิน 180 วัน) ตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533

  • ร้องเรียนพนักงานตรวจแรงงาน: หากถูกให้ออกโดยไม่ได้ค่าชดเชย ให้ยื่นคำร้อง (คร.7) ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทันที

ความเจ็บป่วยไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว กฎหมายคุ้มครองแรงงานคือหลักประกันที่จะช่วยพยุงศักดิ์ศรีและความเป็นอยู่ของคนทำงานไม่ให้พังทลายลง

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 17, 32, 57, 118, 119)

  • พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (มาตรา 64, 65, 71)

  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 (มาตรา 49)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: