อยากอัปสกิล-ไปสอบใบประกอบวิชาชีพ แต่บริษัทสั่งห้ามลา: สิทธิลาเพื่อฝึกอบรม มาตรา 36 คุ้มครองอย่างไร?

5 พ.ย. 25690

อยากอัปสกิล-ไปสอบใบประกอบวิชาชีพ แต่บริษัทสั่งห้ามลา: สิทธิลาเพื่อฝึกอบรม มาตรา 36 คุ้มครองอย่างไร?

ในยุคที่ตลาดแรงงานหมุนเร็ว ทักษะเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป คนทำงานจำนวนมากจึงต้องการขวนขวายหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคอร์สอบรมเทคโนโลยีใหม่ๆ การสอบวัดระดับภาษา หรือการเดินทางไปสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เช่น สอบตั๋วทนาย สอบผู้สอบบัญชี (CPA) หรือสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกร (กว.) แต่เมื่อยื่นใบลาต่อหัวหน้างาน กลับได้รับคำปฏิเสธว่า "บริษัทจ้างมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาเรียน ถ้าจะไปสอบให้ใช้วันพักร้อน หรือลาออกไป" บางแห่งถึงขั้นขู่ว่าจะลงโทษทางวินัยหากหยุดไปสอบ คำถามสำคัญคือ นายจ้างมีสิทธิสั่งห้ามลูกจ้างไปพัฒนาตนเองตามอำเภอใจได้จริงหรือ และตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เรามีสิทธิลาอย่างไรบ้าง

ความจริงที่คนทำงานจำนวนมากยังไม่รู้คือ กฎหมายแรงงานไม่ได้คุ้มครองเฉพาะการทำงานเท่านั้น แต่ยังรับรองสิทธิในการพัฒนาทักษะวิชาชีพไว้ด้วย โดย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 36 บัญญัติว่า "ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง"

หลักเกณฑ์การลาเพื่อการฝึกอบรม (กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2541)

ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ได้กำหนดหลักเกณฑ์การลาเพื่อการฝึกอบรมไว้ 3 กรณีสำคัญ:

  • ประการแรก ขอบเขตหลักสูตรที่กฎหมายให้สิทธิลา ลูกจ้างใช้สิทธิลาได้ใน 3 ลักษณะ คือ 1) การอบรมหรือสัมมนาในโครงการที่มีกำหนดเวลาชัดเจน เพื่อประโยชน์ต่อการทำงานหรือพัฒนาวิชาชีพ 2) การสอบวัดผลทางการศึกษาที่ทางราชการจัดขึ้น หรือการสอบเพื่อรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และ 3) การเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการที่หน่วยงานของรัฐจัดขึ้น

  • ประการที่สอง ขั้นตอนและเงื่อนไขการแจ้งลา กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างต้องแจ้งการลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันเริ่มฝึกอบรม ระบุเหตุผล รายละเอียดหลักสูตร และแนบหลักฐานชัดเจน ซึ่งนายจ้างมีสิทธิ "ไม่อนุญาต" ได้เฉพาะกรณีที่หากอนุญาตแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจอย่างร้ายแรงเท่านั้น และหากไม่อนุญาต นายจ้างต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลให้ลูกจ้างทราบภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

  • ประการที่สาม สิทธิในค่าจ้างและการคุ้มครองทางวินัย มาตรา 36 ไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อการฝึกอบรม เว้นแต่จะตกลงกันไว้ แต่สิ่งสำคัญคือ "นายจ้างไม่มีสิทธิสั่งห้ามลาโดยไร้เหตุผลอันสมควร" และห้ามนำการใช้สิทธิลานี้ไปเป็นข้ออ้างในการกลั่นแกล้ง ตัดคะแนนประเมิน หรือลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้าง

กรณีศึกษาจำลอง

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)

ชานนท์ ทำงานเป็นผู้ช่วยวิศวกรในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ได้สมัครสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) ชานนท์ยื่นใบลาเพื่อการฝึกอบรมล่วงหน้า 14 วันพร้อมแนบบัตรประจำตัวสอบ แต่ฝ่ายบุคคลปฏิเสธการลาโดยอ้างว่าไม่มีนโยบายให้ลา และขู่ว่าหากหยุดสอบจะตัดเบี้ยขยันและออกหนังสือเตือน ชานนท์จึงปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า การสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรเป็นการสอบวัดผลทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพโดยตรง และชานนท์แจ้งล่วงหน้าถูกต้อง นายจ้างไม่อาจอ้างเหตุความเสียหายลอยๆ เพื่อตัดสิทธิได้ จึงสั่งให้นายจ้างอนุญาตให้ชานนท์ลาไปสอบตามมาตรา 36 โดยไม่ถือเป็นความผิดทางวินัย (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

แนวทางปฏิบัติ 4 ขั้นตอน เมื่อวางแผนลาไปอบรมหรือสอบพัฒนาวิชาชีพ

  • ตรวจสอบหลักสูตรและกำหนดการสอบ: เตรียมหลักฐานโครงการอบรม หรือบัตรประจำตัวสอบของทางราชการให้พร้อม

  • ยื่นหนังสือขอลากิจเพื่อการฝึกอบรมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน: ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวันที่ วัตถุประสงค์ และอ้างอิงสิทธิตามมาตรา 36

  • วางแผนส่งมอบงานล่วงหน้า: จัดการภาระงานและประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อป้องกันไม่ให้นายจ้างอ้างเหตุผลเรื่องความเสียหายต่อธุรกิจ

  • ปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน: หากนายจ้างปฏิเสธการลาโดยไม่มีเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 3 วัน หรือข่มขู่จะลงโทษทางวินัย สามารถขอคำแนะนำได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วน 1506

การพัฒนาตนเองไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ต้องแอบทำ แต่คือก้าวย่างสำคัญของชีวิตการทำงานที่กฎหมายรับรองและคุ้มครองอย่างเต็มภาคภูมิ

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 36

  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน (แนวปฏิบัติการใช้สิทธิลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: