พักร้อนเหลือสิ้นปี ถูกบริษัทตัดทิ้งฟรี... ผิดกฎหมายไหม? ส่องสิทธิ "วันหยุดพักผ่อนประจำปี" ที่ลูกจ้างต้องได้เงินคืน

3 พ.ย. 25690

พักร้อนเหลือสิ้นปี ถูกบริษัทตัดทิ้งฟรี... ผิดกฎหมายไหม? ส่องสิทธิ "วันหยุดพักผ่อนประจำปี" ที่ลูกจ้างต้องได้เงินคืน

"เหลือวันลาพักร้อนอีก 5 วัน แต่ใกล้สิ้นเดือนธันวาคมแล้ว หัวหน้าไม่อนุมัติให้ลาเพราะงานโปรเจกต์กำลังเร่งด่วน แถมฝ่ายบุคคลยังแจ้งว่า บริษัทมีนโยบายไม่ให้สะสมวันลาข้ามปี ใครใช้ไม่หมดถือว่าตัดทิ้งเป็นศูนย์ และไม่มีการจ่ายเงินชดเชยคืนให้"

นี่คือเรื่องช้ำใจช่วงสิ้นปีที่พนักงานออฟฟิศจำนวนมากต้องพบเจอ หลายคนคิดว่าในเมื่อเป็น "กฎระเบียบของบริษัท" ที่เขียนไว้ในคู่มือพนักงาน เราคงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมปล่อยให้วันหยุดที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อสูญเปล่าไปฟรีๆ

แต่ในทางกฎหมายแรงงานไทย ข้อบังคับบริษัทที่เขียนว่า "พักร้อนเหลือให้ตัดทิ้ง ไม่จ่ายเงินชดเชย" อาจเป็นโมฆะและใช้บังคับไม่ได้

พักร้อนไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็น "หน้าที่ของนายจ้าง" ที่ต้องจัดให้

ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 30 กำหนดว่า ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี โดยมีหลักสำคัญคือ "นายจ้างมีหน้าที่กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างล่วงหน้า" หรือกำหนดตามที่ตกลงกัน

กฎหมายไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างต้องเป็นฝ่ายร้องขอเสมอไป แต่นายจ้างมีหน้าที่บริหารจัดการให้พนักงานได้หยุดพักจริงตามสิทธิ

หากนายจ้างไม่จัดวันหยุดให้ หรือจัดให้น้อยกว่า 6 วันทำงาน มาตรา 64 ระบุว่า นายจ้างต้องจ่าย "ค่าทำงานในวันหยุด" ให้แก่ลูกจ้างเสมือนว่านายจ้างให้ลูกจ้างมาทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี (สำหรับลูกจ้างรายเดือน คือได้รับค่าจ้างเพิ่มอีก 1 เท่าของค่าจ้างรายวัน)

เจาะเคสจริง: ลาออกแล้วถูกริบพักร้อนสะสม

มินท์ (นามสมมุติ) ทำงานตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดมา 3 ปี ด้วยงานที่ล้นมือทำให้มินท์แทบไม่ได้ใช้วันลาพักร้อน เมื่อถึงสิ้นปี มินท์มีวันพักร้อนเหลือ 8 วัน แต่บริษัทตัดทิ้งทั้งหมดโดยอ้างข้อบังคับว่า "ไม่มีนโยบายสะสมวันลาและไม่จ่ายเป็นเงิน"

ต่อมาในเดือนมีนาคม มินท์ยื่นใบลาออก และขอให้นายจ้างคิดเงินค่าพักร้อนคงเหลือ 8 วันของปีก่อน รวมถึงวันพักร้อนตามส่วนของปีปัจจุบันจ่ายคืนให้ แต่ HR ปฏิเสธว่า "คุณลาออกเอง บริษัทไม่มีนโยบายจ่ายเงินชดเชยวันลาพักร้อน"

มินท์จึงนำหลักฐานการขอยื่นลาที่ถูกหัวหน้าปฏิเสธไปปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน ผลปรากฏว่านายจ้างต้องยอมจ่ายเงินค่าพักร้อนคืนให้มินท์เต็มจำนวน 8 วัน พร้อมวันลาพักร้อนตามส่วนของปีที่ลาออก

ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา (เช่น ฎีกาที่ 1324/2558) วางหลักไว้ว่า หากลูกจ้างไม่ได้สละสิทธิการหยุดพักผ่อนประจำปีด้วยตนเอง แต่เกิดจากนายจ้างไม่ได้กำหนดวันหยุดให้ หรือไม่อนุมัติให้ลาเพราะติดงาน เมื่อพ้นปีหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีคืนให้ลูกจ้าง ข้อบังคับบริษัทที่กำหนดให้ตัดทิ้งโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จึงตกเป็นโมฆะ

เช็กลิสต์ 3 เงื่อนไข: กรณีไหนได้เงินคืน กรณีไหนถูกตัดทิ้งได้?

  • นายจ้างไม่อนุมัติ / งานล้นมือจนลาไม่ได้: หากยื่นขอใช้วันลาถูกต้องแต่หัวหน้าไม่อนุมัติเพราะงานเร่งด่วน ถือเป็นความรับผิดชอบของนายจ้าง นายจ้างต้องจ่ายเงินค่าทำงานในวันหยุดตามมาตรา 64 ให้คุณเมื่อสิ้นปี หรือตกลงสะสมไปใช้ในปีถัดไป

  • ลูกจ้างเฉยเมย ไม่ยอมลาเอง: หากนายจ้างเปิดโอกาสให้ลา งานไม่ติดขัด แต่ลูกจ้างเลือกไม่ใช้วันลาเองจนสิ้นปี ศาลมองว่าลูกจ้างสละสิทธิ บริษัทตัดวันลาทิ้งได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย

  • เมื่อพ้นสภาพพนักงาน (ลาออกหรือเลิกจ้าง): ตามมาตรา 67 ไม่ว่าจะลาออกเองหรือถูกเลิกจ้าง (ยกเว้นถูกไล่ออกเพราะทำผิดร้ายแรงตามมาตรา 119) นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม และวันพักร้อนตามส่วนของปีที่ลาออกให้ครบถ้วน

เทคนิคปกป้องสิทธิวันพักร้อนของคนทำงาน

  • ยื่นใบลาผ่านระบบอย่างเป็นทางการ: หลีกเลี่ยงการขอลาปากเปล่า ควรมีหลักฐานเป็นอีเมลหรือระบบลางาน หากถูกปฏิเสธ ให้บันทึกหลักฐานนั้นไว้

  • ส่งอีเมลทวงถามการบริหารวันลาช่วงไตรมาสสุดท้าย: หากพบว่าวันลาเหลือเยอะ ให้ทำบันทึกสอบถาม HR หรือหัวหน้าเพื่อขอสะสมข้ามปี หรือขอรับเป็นเงินชดเชยแทน

  • อย่ายอมให้ถูกตัดสิทธิเงียบๆ: วันพักร้อนคือสิทธิประโยชน์ที่แปลงเป็นเงินได้ การทำงานหนักจนไม่ได้พักไม่ใช่ความผิดของคุณ

หากสิ้นปีนี้หรือในวันที่ต้องก้าวออกจากองค์กร แล้วพบว่าถูกริบวันพักร้อนไปอย่างไม่เป็นธรรม สามารถขอคำปรึกษาและยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานผ่าน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือติดต่อ ศาลแรงงานกลาง โทร. สายด่วน 1506 เพื่อทวงคืนสิทธิของคุณ

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: