พอยื่นใบลาออกแล้วหัวหน้าเสนอเพิ่มเงินเดือนให้ทันที: ทำไมข้อเสนอ Counter Offer ถึงเป็นกับดักที่คนส่วนใหญ่เสียใจในภายหลัง
3 พ.ย. 25690
ยื่นจดหมายลาออกหรือกดส่งอีเมลแจ้งหัวหน้าไปได้ไม่ถึงสิบห้านาที เสียงเคาะโต๊ะเบาๆ ก็ดังขึ้น
หัวหน้ากวักมือเรียกคุณเข้าห้องประชุมกระจกมุมตึก ดึงม่านลง ปิดประตูสนิท แล้วเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าทุกวัน "พี่เข้าใจว่าช่วงที่ผ่านมางานหนัก แต่ทีมเราขาดเธอไม่ได้จริงๆ เอาแบบนี้ไหม ถ้าพี่ไปคุยกับผู้บริหารเพื่อปรับเงินเดือนให้เท่ากับที่ใหม่ที่เธอได้ แถมพ่วงโบนัสพิเศษให้อีกก้อน เธอจะยอมเปลี่ยนใจอยู่ช่วยพี่ต่อไหม?"
จังหวะนั้น วาบแรกในหัวของทุกคนคือความรู้สึกโล่งใจและใจชื้นขึ้นมาทันที
ไม่ต้องปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ไม่ต้องเสี่ยงกับการไม่ผ่านช่วงทดลองงานที่บริษัทอื่น แถมได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นทันทีโดยไม่ต้องเหนื่อยย้ายโต๊ะ ความคิดที่จะพยักหน้าตอบตกลงเริ่มผุดขึ้นมาแทบจะในเสี้ยววินาที
ถ้าคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ขอให้ดึงสติตัวเองกลับมาให้มั่น อย่าเพิ่งรีบตอบตกลงเด็ดขาด
เอาเข้าจริง ตัวเลขทางสถิติของคนทำงานที่รับข้อเสนอสวนกลับ (Counter-offer) แล้วเลือกอยู่ต่อ พบว่าเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ต้องยื่นใบลาออกซ้ำอีกครั้งภายในเวลาไม่เกินหกถึงเก้าเดือน และส่วนใหญ่ยอมรับตรงกันว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ยอมรับข้อเสนอนั้นเด็ดขาด
เบื้องหลังข้อเสนอที่ดูหอมหวาน: บริษัทกำลังซื้ออะไรจากคุณ?
เวลาที่หัวหน้าเสนอเงินเพิ่มให้คุณในวันที่คุณกำลังจะเดินจากไป คุณต้องมองให้ออกว่าเขาไม่ได้กำลังเห็นคุณค่าของคุณในชั่วข้ามคืน
สิ่งที่บริษัทกำลังทำ คือการ "ซื้อเวลาเพื่อลดความเสียหายเฉพาะหน้า"
ถ้าคุณเดินออกไปพรุ่งนี้ โครงการที่กำลังรันอยู่จะสะดุด หัวหน้าต้องรับภาระงานของคุณไปเต็มๆ และการเปิดรับคนใหม่ต้องใช้เวลาหาอย่างน้อยสองถึงสามเดือน แถมยังเสียค่าประกาศและค่าคอมมิชชั่นให้เอเจนซี่มหาศาล
การเพิ่มเงินให้คุณอีกเดือนละหมื่นหรือสองหมื่นเพื่อรั้งคุณไว้ทำงานต่อ จึงเป็นทางเลือกที่ถูกและปลอดภัยที่สุดสำหรับหัวหน้าในชั่วโมงนั้น ไม่ใช่เพราะเขารักคุณ แต่เพราะเขายังหาคนมาเสียบแทนคุณไม่ทัน
เงินเดือนเพิ่มขึ้นจริง แต่ความสัมพันธ์ไม่มีวันเหมือนเดิม
ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า ทันทีที่คุณเอ่ยปากว่าจะลาออก รอยร้าวในใจของฝั่งบริหารได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว
ความไว้วางใจที่เคยมีจะเปลี่ยนสถานะทันที ในสายตาของหัวหน้าและผู้บริหาร คุณไม่ได้เป็น "คนในครอบครัว" หรือ "คนของทีม" อีกต่อไป แต่คุณกลายเป็น "คนที่พร้อมจะทิ้งเรือเมื่อมีโอกาส"
วันข้างหน้า เวลาที่มีโครงการสำคัญระดับยุทธศาสตร์ หรือโอกาสการโปรโมตเลื่อนตำแหน่งที่ต้องใช้ความไว้วางใจสูง ชื่อของคุณจะถูกตัดออกจากตัวเลือกแรกเสมอ เพราะเขากลัวว่าให้ไปแล้วคุณก็จะไปต่อรองที่อื่นอีก
ที่สำคัญที่สุดคือ ลองถามตัวเองดูอย่างตรงไปตรงมาว่า เหตุผลที่ทำให้คุณอยากลาออกในวันแรกคืออะไร?
คุณอยากออกเพราะเงินน้อยอย่างเดียวจริงๆ หรือเพราะวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ? หัวหน้าที่ชอบใช้อารมณ์? ระบบงานที่ไร้ระเบียบ? หรือความรู้สึกอึดอัดจนไม่มีความสุขในการตื่นไปทำงาน?
เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นหลักพันหรือหลักหมื่น ไม่เคยมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนนิสัยหัวหน้า หรือลบล้างความทรมานใจในที่ทำงานได้เลย พอความตื่นเต้นกับเงินก้อนใหม่จางหายไปในเดือนที่สอง ปัญหาเดิมๆ ที่เคยทำให้คุณอยากหนี ก็จะกลับมาบีบหัวใจคุณเหมือนเดิมทุกประการ
วิธีปฏิเสธข้อเสนออย่างสุภาพ โดยไม่ตัดขาดไมตรี
ถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับข้อเสนอสวนกลับ และมุ่งหน้าไปสู่ที่ใหม่ ให้ใช้คำพูดที่นิ่ง สุภาพ และแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว: "ผมขอบคุณหัวหน้ามากๆ เลยครับที่เห็นคุณค่าและพยายามช่วยผลักดันข้อเสนอนี้ให้ผม แต่การตัดสินใจย้ายงานครั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องตัวเลขค่าตอบแทนเป็นหลักครับ แต่เป็นเรื่องของทิศทางการเติบโตและโอกาสในการเรียนรู้ขอบเขตงานใหม่ที่ผมวางแผนไว้ ผมอยากขออนุญาตยืนยันการลาออกตามเดิม และช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ ผมจะส่งมอบงานทุกชิ้นให้ทีมอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดครับ"
การพูดแบบนี้จะปิดประตูการตื๊ออย่างนุ่มนวล โดยที่หัวหน้าไม่สามารถเอาเรื่องเงินมาผูกมัดคุณได้อีก และยังสะท้อนถึงวุฒิภาวะที่คุณมีต่องานอย่างมืออาชีพ
คืนนี้ ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบหัวหน้า ลองหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ขึ้นมาเขียนเหตุผล 3 ข้อที่คุณตัดสินใจไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ตั้งแต่วันแรก
อ่านเหตุผลเหล่านั้นซ้ำๆ แล้วถามตัวเองประโยคเดียว: เงินที่เขาเพิ่มให้ คุ้มค่าพอที่จะแลกกับการต้องทนอยู่กับปัญหาเดิมๆ ไปอีกหนึ่งปีจริงหรือ?
ถ้าคำตอบในใจคือไม่ เดินไปข้างหน้าตามแผนเดิมอย่างมั่นใจ อนาคตใหม่ที่ดีกว่ากำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า