วิธีรับมือเมื่อหมดไฟจนเริ่มมองทุกอย่างในแง่ร้าย (Cynicism) จากใจ HR 20 ปี
3 พ.ย. 25690
ลองสังเกตบทสนทนาและความคิดของตัวเองในออฟฟิศช่วงนี้ดูนะ เวลาผู้บริหารประกาศวิสัยทัศน์หรือโปรเจกต์ใหม่ใน Town Hall คุณเผลอกลอกตาแล้วคิดในใจว่า "เพ้อเจ้ออีกละ เดี๋ยวก็พับโครงการ" เวลาเห็นเพื่อนร่วมงานตั้งใจทำงาน คุณแอบคิดว่า "จะขยันไปทำไม ไม่เห็นได้อะไรเพิ่ม" หรือเวลาหัวหน้าชวนคุย คุณเริ่มตอบแบบประชดประชัน เย็นชา และมองว่าทุกอย่างในบริษัทเป็นเรื่องหลอกลวง
ถ้าคุณเริ่มมีความคิดพวกนี้วนเวียนในหัวทุกวัน พี่อยากบอกตรงๆ ว่าคุณไม่ได้กลายเป็น "คนไม่ดี" หรือ "คนมองโลกในแง่ร้ายโดยสันดาน" หรอกครับ แต่นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะหมดไฟระยะอันตรายที่ทางการแพทย์และองค์กรอนามัยโลก (WHO) เรียกว่า "Cynicism" หรือการสูญเสียศรัทธาและความรู้สึกด้านชากับงาน
ตลอด 20 ปีในสายงาน HR พี่พบว่า คนที่พัฒนามาถึงจุดนี้ มักเคยเป็นคนที่ "ทุ่มเทและรักงานมากที่สุดมาก่อน" แต่พอเจอความผิดหวังซ้ำซาก ความอยุติธรรม หรือระบบที่ติดขัด สมองส่วนเอาตัวรอดจึงสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา ด้วยการสั่งให้คุณ "เกลียดและดูแคลนทุกอย่าง" เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามหวัง
แต่อันตรายของ Cynicism คือ มันไม่เพียงแต่ดูดพลังชีวิตของคุณจนเหือดแห้ง แต่มันยังทำลายชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และปิดกั้นโอกาสเติบโตในอนาคตของคุณลงอย่างช้าๆ
ถ้าคุณไม่อยากให้ความขมขื่นนี้กลืนกินตัวเอง นี่คือ 4 สเต็ปดึงสติและรีเซ็ตจิตใจที่พี่อยากให้ลองทำ:
ยอมรับว่า "ความประชดประชันไม่ใช่ความเท่" แต่มันคือแผลในใจ
ขั้นแรกคือการเลิกหลอกตัวเองว่า การทำตัวเป็นคนมองโลกตามความเป็นจริงแบบเสียดสี (Sarcastic) เป็นเรื่องฉลาด ลองถอดเกราะกำบังนั้นออก แล้วยอมรับกับตัวเองตามตรงว่า "จริงๆ แล้วเราเหนื่อย เราผิดหวังกับสิ่งที่เคยทุ่มเทไปแล้วไม่ได้ผลตอบแทน" การยอมรับความจริงข้อนี้จะช่วยเปลี่ยนความโกรธแค้นให้กลายเป็นการสำรวจตัวเองอย่างเมตตา
2. แยกตัวออกจาก "วงสุมไฟลบ (Complaint Circle)" ชั่วคราว
ในทุกบริษัทจะมีกลุ่มที่รวมตัวกันตอนพักกลางวันหรือช่วงเบรกกาแฟ เพื่อบ่นด่าองค์กรและนินทาหัวหน้าเป็นประจำ การได้ระบายอาจทำให้รู้สึกโล่งใน 5 นาทีแรก แต่หลังจากนั้น สมองของคุณจะซึมซับสารพิษทางอารมณ์เข้ามาสะสมไม่รู้ตัว ลองค่อยๆ ถอยห่างออกมาสัก 2-3 สัปดาห์ ไปนั่งกินข้าวเงียบๆ หรือไปคุยกับเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นที่คุยเรื่องพัฒนาตัวเอง การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางสังคมจะช่วยให้อุณหภูมิในหัวของคุณเย็นลงได้ทันที
โฟกัสเฉพาะ "วงกลมแห่งการควบคุม (Circle of Control)"
เหตุผลหลักที่คนเรากลายเป็นคนขี้หงุดหงิด เพราะเราเอาใจไปผูกกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น นโยบายผู้บริหาร เศรษฐกิจ หรือนิสัยของหัวหน้า ปรับโฟกัสใหม่ครับ อะไรที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ให้วางลง แล้วถามตัวเองว่า: "ใน 8 ชั่วโมงวันนี้ อะไรคือสิ่งเล็กๆ ที่อยู่ในอำนาจของเรา และเราสามารถทำให้มันออกมาดีได้บ้าง?" เมื่อคุณกลับมาสร้างชัยชนะเล็กๆ ในเนื้องานตรงหน้า ความรู้สึกมีอำนาจในตัวเอง (Sense of Agency) จะค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา
ตั้ง "เส้นตาย (Deadline)" ทางการทำงาน แทนที่จะนั่งก่นด่าไปวันๆ
ถ้าคุณทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้วพบว่า องค์กรนี้เป็นพิษเกินเยียวยา วัฒนธรรมเน่าเฟะจนมองไม่เห็นอนาคต จงหยุดเสียเวลาบ่นด่า เพราะการบ่นไม่เคยเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทได้ สิ่งที่คนมีวุฒิภาวะทำคือ "การตั้งเดดไลน์ชีวิต": "ฉันจะตั้งใจทำงานตามหน้าที่ไปอีก 3-6 เดือน ระหว่างนี้จะซุ่มเตรียมพอร์ต พัฒนาทักษะ และเมื่อถึงเวลา ฉันจะเดินออกไปอย่างสง่างาม"
เมื่อมีเป้าหมายการเดินทางที่ชัดเจน จิตใจของคุณจะสลัดความหดหู่ออกไปได้ เพราะคุณรู้ว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่จุดจบของชีวิต
อย่าปล่อยให้ที่ทำงานแย่ๆ เปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนที่คุณเองก็ไม่อยากเป็น
Action Item รีเซ็ตมุมมองใน 24 ชั่วโมงนี้
ในวันทำงานพรุ่งนี้ ท้าทายตัวเองด้วยการ "หยุดพูดประชดประชันหรือบ่นเรื่องงานแม้แต่ประโยคเดียว" ตลอดทั้งวัน แล้วสังเกตดูว่าพลังงานในตัวของคุณกลับคืนมามากน้อยแค่ไหน