บริษัทบังคับเปิด GPS บนมือถือส่วนตัว ติดตามพิกัดตลอดเวลา: ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และผิด PDPA หรือไม่?

5 พ.ย. 25690

บริษัทบังคับเปิด GPS บนมือถือส่วนตัว ติดตามพิกัดตลอดเวลา: ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และผิด PDPA หรือไม่?

เลิกงานแล้วกำลังนั่งทานข้าวกับครอบครัว แต่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนส่วนตัวกลับมีไอคอนสัญญาณระบุตำแหน่ง (GPS) กะพริบแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทบังคับให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ล็อกให้เปิดระบบติดตามพิกัดตลอด 24 ชั่วโมง โดยหัวหน้างานอ้างว่า "เพื่อตรวจสอบว่าเซลส์หรือทีมช่างไม่ได้อู้งาน และพร้อมปฏิบัติงานฉุกเฉิน หากใครปิด GPS จะถือว่ามีเจตนาทุจริตและถูกลงโทษทางวินัย" ความรู้สึกเหมือนถูกสอดแนมชีวิตตลอดเวลาทำให้คนทำงานจำนวนมากอึดอัด คำถามสำคัญคือ นายจ้างมีอำนาจติดตามตำแหน่งพิกัดบนอุปกรณ์ส่วนตัวของลูกจ้างอย่างไร้ขีดจำกัดได้จริงหรือ และตามกฎหมาย PDPA รวมถึงกฎหมายแรงงาน คุ้มครองเราอย่างไร


คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนคือ การบังคับติดตามพิกัด GPS บนโทรศัพท์ส่วนตัวนอกเวลางาน หรือโดยปราศจากความยินยอมที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการ "ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวและผิดกฎหมาย PDPA อย่างชัดเจน"

หลักเกณฑ์สำคัญตามกฎหมายมี 3 มิติหลัก:

  • ประการแรก พิกัดตำแหน่งคือข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geolocation Data) ที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้ ถือเป็น "ข้อมูลส่วนบุคคล" การเก็บรวบรวม ต้องมีฐานความชอบธรรมทางกฎหมายตาม มาตรา 24 และต้องจำกัดขอบเขตการเก็บข้อมูล "เท่าที่จำเป็น" ตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วนตาม มาตรา 21

  • ประการที่สอง ขอบเขตการติดตามต้องจำกัดเฉพาะ "เวลาทำงาน" เท่านั้น แม้นายจ้างจะอ้างฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) ในการตรวจสอบการทำงานของพนักงานภาคสนาม แต่นายจ้างมีสิทธิติดตามพิกัดได้เฉพาะ "ระหว่างเวลาทำงานปกติและในเส้นทางปฏิบัติหน้าที่" เท่านั้น เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงาน นายจ้างไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลพิกัดตำแหน่งได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 23/1 วรรคท้าย ยังรับรองสิทธิการตัดการติดต่อสื่อสาร (Right to Disconnect) นอกเวลาทำงาน การบังคับเปิด GPS ในวันหยุดจึงขัดต่อสิทธิการพักผ่อนโดยตรง

  • ประการที่สาม โทรศัพท์ส่วนตัวไม่ใช่ทรัพย์สินบริษัท หากนายจ้างไม่ได้จัดหาโทรศัพท์ของบริษัทให้ แต่บังคับให้ใช้สมาร์ทโฟนส่วนตัวติดตั้งแอปติดตามพิกัด การบังคับดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 และหากนายจ้างเก็บข้อมูลพิกัดนอกเวลางานโดยมิชอบ มีโทษปรับทางปกครองสูงสุดถึง 5,000,000 บาท ตาม PDPA และลูกจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้

กรณีศึกษาประกอบความเข้าใจ

(ตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)


อานนท์ ทำงานเป็นพนักงานขาย บริษัทบังคับให้ติดตั้งแอปติดตามงานบนมือถือส่วนตัว โดยระบบจะบันทึกพิกัด GPS ทุก 10 นาทีตลอด 24 ชั่วโมง วันหนึ่งหัวหน้างานทักไลน์มาต่อว่าอานนท์ในวันอาทิตย์ว่าทำไมไปปรากฏตัวที่ห้างสรรพสินค้า ทั้งที่เป็นวันหยุดส่วนตัว อานนท์รู้สึกถูกคุกคาม จึงทำหนังสือคัดค้านและยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) คณะกรรมการฯ วินิจฉัยว่า การติดตามพิกัดนอกเวลาทำงานเกินขอบเขตความจำเป็น และเป็นการละเมิดสิทธิตาม PDPA จึงสั่งปรับบริษัท และสั่งให้ปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ตัดสัญญาณ GPS อัตโนมัติทันทีเมื่อพ้นเวลาทำงาน (ควรตรวจสอบคำพิพากษาต้นฉบับ)

แนวทางรับมือ 4 ขั้นตอนเมื่อถูกบังคับเปิด GPS บนมือถือส่วนตัว

ตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice): ดูว่าบริษัทระบุวัตถุประสงค์และช่วงเวลาเก็บข้อมูลพิกัดไว้อย่างไร

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในมือถือ: กำหนดสิทธิ์ให้แอปเข้าถึงตำแหน่งเฉพาะ "ขณะใช้งานแอปเท่านั้น" และปิดสัญญาณนอกเวลางาน

  1. ทำหนังสือทักท้วงการติดตามนอกเวลางาน: ชี้แจงต่อฝ่ายบุคคลว่าการติดตามพิกัดในวันหยุดขัดต่อหลัก PDPA และมาตรา 23/1

  2. ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.): หากบริษัทยังคงข่มขู่จะลงโทษทางวินัย สามารถยื่นคำร้องเรียนต่อ สคส. หรือโทรสายด่วน 1111 ต่อ 88 เพื่อให้ตรวจสอบ


เวลาส่วนตัวคือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน เทคโนโลยีมีไว้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนส่วนตัวให้กลายเป็นเครื่องมือคุมขังชีวิตคุณ

แหล่งอ้างอิง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 19, มาตรา 21, มาตรา 24 และมาตรา 77

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23/1

  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 (สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว)

  • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) (แนวปฏิบัติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง)

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: