วิธีทวงสัญญาขอขึ้นเงินเดือนหลังผ่านโปรจากใจ HR 20 ปี

3 พ.ย. 25690

วิธีทวงสัญญาขอขึ้นเงินเดือนหลังผ่านโปรจากใจ HR 20 ปี

"ตอนสัมภาษณ์ หัวหน้ากับ HR บอกเองว่า 'ช่วงทดลองงาน 119 วัน รับเท่านี้ไปก่อนนะ ถ้าผลงานดีผ่านโปรแล้วเราจะปรับเงินเดือนขึ้นให้อีก 10-15%' แต่พอถึงวันที่หัวหน้ายื่นจดหมายผ่านโปรให้เซ็น กลับมีแต่คำว่ายินดีด้วย ส่วนเรื่องปรับเงินเดือน... เงียบกริบเหมือนไม่เคยพูดถึงมาก่อน"

ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ พี่อยากบอกว่าคุณไม่ใช่คนแรก และไม่ใช่คนสุดท้ายที่โดน ความอึดอัดใจคือ จะทวงก็กลัวหัวหน้ามองว่าเห็นแก่เงิน เพิ่งผ่านโปรหมาดๆ จะมาเรื่องมาก แต่ถ้าไม่ทวง ก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนเอาเปรียบและเสียความรู้สึกไปตลอด

ตลอด 20 ปีในวงการ HR องค์กรใหญ่ พี่เห็นเคสแบบนี้มานับไม่ถ้วน ความจริงคือ บางครั้งหัวหน้าไม่ได้ตั้งใจจะเบี้ยวสัญญาหรอกครับ แต่เขา "ลืม" หรือไม่ก็ติดงานยุ่งจนไม่ได้ทำเรื่องของบต่อกับฝ่ายบุคคล ส่วน HR เอง ถ้าไม่มีใบประเมินที่ระบุการปรับเงินเดือนส่งมาจากหัวหน้า เราก็ออกจดหมายบรรจุพนักงานตามฐานเงินเดือนเดิมอัตโนมัติ

ถ้าคุณอยากทวงสัญญานี้อย่างสง่างาม ได้เงินตามที่ตกลง และไม่ทำลายความสัมพันธ์กับหัวหน้า นี่คือ 4 ขั้นตอนที่พี่แนะนำให้ทำ:

1. รื้อ "หลักฐานหรือบันทึกข้อตกลงวันแรก" ขึ้นมาทบทวน

ก่อนจะเดินไปคุย ให้กลับไปดูบันทึกของคุณก่อน มีอีเมลที่คุยกันไว้ตอนได้ Offer มีโน้ตที่จดไว้ตอนสัมภาษณ์ หรือมีสัญญาจ้างที่ระบุเงื่อนไขการทบทวนเงินเดือน (Salary Review Clause) หรือไม่? ถึงแม้ตอนนั้นจะเป็นแค่คำสัญญาปากเปล่า ให้จำรายละเอียดให้แม่นว่า คุยกันไว้ที่ตัวเลขเท่าไหร่ และมีเงื่อนไขผลงานอย่างไรบ้าง เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงในการเปิดบทสนทนาอย่างสุภาพ

2. ทำ "90-Day Scorecard" สรุปผลงานที่เกินความคาดหมาย

อย่าเดินไปทวงเงินด้วยมือเปล่า แต่จงพก "ผลงานเชิงประจักษ์" ไปด้วย ทำสรุปสั้นๆ 1 หน้า A4 ว่าตลอดช่วงทดลองงาน คุณทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง:

  • คุณปิดโปรเจกต์ไหนได้ทันกำหนดหรือเร็วกว่าเป้าหมาย?

  • คุณช่วยทีมแก้ปัญหาอะไรที่คั่งค้างมานานได้สำเร็จ?

  • ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานข้ามแผนกมีคำชมเชยอย่างไรบ้าง?

เมื่อคุณมีหลักฐานว่าคุณทำงานได้เกินค่าตัว หัวหน้าจะมีเหตุผลและน้ำหนักมากพอในการเดินไปคุยกับ HR และผู้บริหารเพื่อของบปรับเงินเดือนให้คุณ

3. เปิดบทสนทนาตั้งแต่ "สัปดาห์ที่ 10-11" ก่อนเอกสารจะถูกปิดผนึก

ความผิดพลาดใหญ่ของพนักงานคือ รอจนถึงวันที่ได้เอกสารผ่านโปรใบสุดท้ายมาเซ็น เพราะในระบบ HR แปลว่าขั้นตอนการอนุมัติจบสิ้นไปแล้ว การจะไปรื้อแก้ตัวเลขย้อนหลังทำได้ยากมาก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงสัปดาห์ที่ 10 ของการทำงาน ขอนัด 1-on-1 กับหัวหน้าเพื่อประเมินความคืบหน้า แล้วเปิดประเด็นแบบมืออาชีพ:

"พี่ครับ ช่วงนี้ใกล้ครบกำหนดทดลองงานแล้ว ผมเลยอยากขอสรุปผลงานที่ทำมาให้พี่ช่วยประเมิน และอยากปรึกษาเรื่องข้อตกลงการปรับผลตอบแทนหลังผ่านโปรที่เราเคยคุยกันไว้ตอนสัมภาษณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับขั้นตอนเอกสารของ HR ครับ"

4. หากติดขัดเรื่องงบประมาณประจำปี ให้ต่อรอง "แผนสำรอง"

ถ้าหัวหน้าแสดงท่าทีลำบากใจและบอกว่างบประมาณติดขัดจริงๆ อย่าเพิ่งโมโหหรือประชด ให้ใช้โอกาสนี้ตีกรอบเวลาใหม่ให้ชัดเจน:

"ผมเข้าใจข้อจำกัดเรื่องงบของบริษัทครับ ถ้าในรอบผ่านโปรนี้ยังปรับไม่ได้ พอจะเป็นไปได้ไหมครับที่จะล็อกเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะปรับตัวเลขนี้ให้ในรอบประเมินประจำปี หรือรอบ 6 เดือนข้างหน้าโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่?"

หรือเจรจาขอเป็นสิทธิประโยชน์อื่นแทน เช่น วันลาพักร้อนเพิ่มเติม หรืองบพัฒนาทักษะเฉพาะทาง

การรักษาสิทธิ์ของตัวเองไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นมืออาชีพที่เคารพข้อตกลงและรู้คุณค่าของตัวเอง

Action Item ตรวจสอบสถานะการทำงาน

ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงทดลองงานและเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน รีบเปิดสมุดจดสรุป 3 ผลงานเด่นของคุณ แล้วนัดคุย 1-on-1 กับหัวหน้าสัปดาห์นี้ทันที อย่ารอให้ถึงวันสุดท้าย

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: