วิธีเอาตัวรอดจากการเมืองในออฟฟิศโดยไม่ต้องเป็นคนเจ้าเล่ห์จากใจ HR 20 ปี

2 พ.ย. 25690

วิธีเอาตัวรอดจากการเมืองในออฟฟิศโดยไม่ต้องเป็นคนเจ้าเล่ห์จากใจ HR 20 ปี

"หนูอยากทำงานให้เสร็จตามหน้าที่ ไม่อยากยุ่งกับการเมืองในบริษัท ทำไมมันถึงยากจังคะ?"

ตลอด 20 ปีที่พี่นั่งฟังเสียงปรับทุกข์ของพนักงานในองค์กร Enterprise ประโยคนี้คือสิ่งที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนทำงานรุ่นใหม่และคนที่มีฝีมือหลายคนมักมองว่า "การเมืองในที่ทำงาน (Office Politics)" เป็นเรื่องสกปรก คนที่เล่นการเมืองคือคนประจบสอพลอ ไร้ฝีมือ และหวังลัดขั้นตอน พวกเขาจึงเลือกที่จะ "ตัดขาดตัวเอง" ก้มหน้าทำงานเงียบๆ อยู่ในมุมของตัวเอง

แต่ผลลัพธ์ที่พี่เห็นมักจบลงแบบเดิมคือ คนที่ตั้งใจทำงานกลับถูกมองข้าม ผลงานถูกคนอื่นชุบมือเปิบ โดนโยนความผิดเวลาโปรเจกต์มีปัญหา และสุดท้ายก็หมดไฟลาออกไปด้วยความขมขื่น

พี่อยากเตือนสติด้วยความหวังดีว่า: ที่ไหนมีคนรวมกันเกิน 3 คน ที่นั่นย่อมมีการเมือง การแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นการเมือง ไม่ได้แปลว่าคุณจะปลอดภัย แต่มันแปลว่าคุณกำลังลงแข่งในสนามโดยไม่รู้กติกาต่างหาก การเอาตัวรอดจากการเมืองไม่ได้แปลว่าคุณต้องกลายเป็นคนร้ายกาจหรือเลียแข้งเลียขาใคร แต่มันคือการ "สร้างเกราะป้องกันตัวเอง" อย่างชาญฉลาด

4 กฎเหล็กเอาตัวรอดที่คนทำงานทุกคนต้องรู้

1. เลิกคิดว่า "ผลงานที่ดีจะพูดแทนตัวเองได้ 100%"

ผลงานที่ดีคือบันไดขั้นแรก แต่มันไม่สามารถส่งเสียงดังพอถ้าคุณไม่รู้วิธีสื่อสาร การที่คุณส่งงานเสร็จแล้วเงียบหายไป จะเปิดช่องว่างให้คนที่พูดเก่งกว่าหยิบชิ้นงานของคุณไปรายงานผู้บริหารในฐานะผลงานของทีม วิธีแก้คือ จงสร้างความโปร่งใสในที่แจ้ง อัปเดตความคืบหน้าผ่านอีเมลที่มีผู้เกี่ยวข้องครบถ้วน และทุกครั้งที่มีการประชุม ให้กล้าเปิดไมค์สรุปข้อค้นพบสำคัญด้วยตัวเอง สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องโอ้อวด แต่ต้องให้ทุกคนรู้ว่าใครเป็นคนลงมือทำ

2. อ่าน "ผังอำนาจจริง (Informal Network)" ให้ออก

ผังองค์กร (Org Chart) บนกระดาษบอกแค่ว่าใครมีตำแหน่งอะไร แต่ในโลกความจริง อำนาจในการขับเคลื่อนงานมักไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งสูงสุดเสมอไป สังเกตดูว่า ใครคือคนที่คนอื่นมักเดินไปปรึกษาเวลาติดขัด? ใครคือเลขาฯ หรือผู้จัดการอาวุโสที่ผู้บริหารระดับสูงรับฟังความคิดเห็นมากที่สุด? สร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนเหล่านี้ด้วยการให้ความช่วยเหลือ ให้เกียรติ และทำงานร่วมกันอย่างมืออาชีพ พวกเขาคือแนวร่วมสำคัญที่จะช่วยส่งต่อความน่าเชื่อถือให้คุณ

3. ทำงานแบบ "มีใบเสร็จ (Keep Receipts)" เสมอ

ในสนามการเมือง อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดคือ "การบิดเบือนคำพูด" เวลาตกลงอะไรก็ตามทางโทรศัพท์ หรือคุยกันตรงทางเดิน จงส่งสรุปสั้นๆ ทางอีเมลหรือแชตทางการตามหลังทันที: "สรุปจากการพูดคุยเมื่อสักครู่ ทีมเราจะส่งมอบส่วน X ภายในวันศุกร์นี้ และทางทีมพี่จะช่วยตรวจทานให้เสร็จในวันจันทร์ใช่ไหมครับ" การทำเช่นนี้ไม่ใช่ความระแวง แต่คือการสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ (Paper Trail) ที่ช่วยปกป้องคุณจากการถูกโยนความผิดได้อย่างเด็ดขาด

4. ยืนหยัดในจุด "เป็นกลางอย่างมีคุณค่า" ไม่เลือกข้าง แต่สร้างมิตรข้ามสายงาน

เวลาเกิดสงครามระหว่างขั้วอำนาจในบริษัท สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดคือการเลือกข้างเพื่อความปลอดภัย แต่อย่าลืมว่า วันหนึ่งขั้วอำนาจย่อมเปลี่ยนมือ คนที่เลือกข้างแบบสุดโต่งมักตกที่นั่งลำบากเสมอ จงวางตัวเป็น "มืออาชีพที่โฟกัสเป้าหมายขององค์กร" เป็นคนที่ใครทำงานด้วยก็สบายใจ ไม่ร่วมวงนินทาในห้องกาแฟ แต่เมื่อทำงานร่วมกัน คุณส่งมอบงานคุณภาพสูงและรักษาคำพูดเสมอ คนแบบนี้จะอยู่รอดและได้รับความเคารพจากทุกฝ่าย ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นใหญ่

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นฉลามเพื่อเอาชีวิตรอดในทะเล แต่คุณต้องรู้วิธีว่ายน้ำให้ทันคลื่นลม

คำถามชวนคิดก่อนเริ่มงานพรุ่งนี้

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณมีข้อตกลงเรื่องงานชิ้นสำคัญชิ้นไหนบ้างที่ยังคุยกันแค่ปากเปล่า และยังไม่มีอีเมลยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร? จงรีบส่งอีเมลสรุปเพื่อปกป้องตัวเองตั้งแต่วันนี้

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: