วิธีโน้มน้าวใจคนอื่นโดยไม่ต้องมีอำนาจสั่งการจากใจ HR 20 ปี

3 พ.ย. 25690

วิธีโน้มน้าวใจคนอื่นโดยไม่ต้องมีอำนาจสั่งการจากใจ HR 20 ปี

"ได้รับมอบหมายให้เป็น Project Lead คุมโปรเจกต์สำคัญของบริษัท แต่ลูกทีมทั้งหมดมาจากแผนกอื่น ทั้งไอที การตลาด บัญชี และจัดซื้อ ไม่มีใครขึ้นตรงกับเราสักคน สั่งอะไรไปก็โดนดอง ตามงานก็โดนบอกว่าติดงานหลักของแผนกตัวเอง สรุปงานไม่เดิน แต่เราเป็นคนโดนเจ้านายด่า..."

ถ้าคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ขอให้รู้ไว้เลยว่านี่คือแบบทดสอบสุดคลาสสิกของคนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับสูงในองค์กร Enterprise ในยุคที่บริษัททำงานแบบ Matrix Organization หรือ Agile คุณจะไม่มีทางได้ "อำนาจตามผังองค์กร (Positional Power)" มารองรับทุกงาน แต่คุณต้องขับเคลื่อนผลลัพธ์ผ่านทักษะที่แพงที่สุดทักษะหนึ่ง นั่นคือ "Influence Without Authority" หรือศิลปะการโน้มน้าวใจให้คนอื่นยอมช่วยงานด้วยความเต็มใจ แม้เราจะไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษเขาก็ตาม

ตลอด 20 ปีในสายงาน HR พี่เห็นพนักงานระดับดาวรุ่งหลายคนพังไม่เป็นท่า เพราะพยายามใช้วิธี "เอาผู้บริหารมาขู่" หรือ "ส่งอีเมล CC เจ้านายเขากดดัน" ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยให้งานเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้คนอื่นตั้งป้อมเกลียดและเตะถ่วงงานเงียบๆ

ถ้าคุณอยากเป็นคนที่เดินไปขอความร่วมมือจากใคร ทุกคนก็พร้อมเปิดทางให้ นี่คือ 4 กลยุทธ์ทรงพลังที่ต้องเริ่มใช้:

1. หาจุด "What's in it for them? (เขาจะได้อะไรจากเรื่องนี้)" ให้เจอก่อนเอ่ยปาก

คนเราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายของคุณ แต่เขาขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายและปัญหาของตัวเขาเอง ก่อนจะเดินไปขอคนจากแผนกอื่น ให้ทำการบ้านก่อนว่า หัวหน้าของเขาวัด KPI เรื่องอะไร และเขากำลังปวดหัวกับเรื่องไหน

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะบอกทีมไอทีว่า: "ช่วยแก้หน้านี้ให้หน่อย โปรเจกต์ฉันต้องรีบปล่อย" ให้เปลี่ยนเป็น: "ถ้าเราปรับฟีเจอร์นี้สำเร็จ มันจะช่วยลดจำนวนตั๋ว Support Issue ที่ลูกค้าร้องเรียนเข้ามาลง 30% ซึ่งจะช่วยคืนเวลาให้ทีมไอทีไม่ต้องมานั่งแก้งานจุกจิกสัปดาห์ละหลายชั่วโมงเลยนะ" เมื่อคุณผูกประโยชน์ของงานคุณเข้ากับเป้าหมายของเขา เขาจะไม่มองว่านี่คืองานฝาก แต่คืองานที่ช่วยให้เขาได้ผลงานด้วย

2. ฝากเงินใน "บัญชีอารมณ์ (Emotional Bank Account)" ล่วงหน้า

ความผิดพลาดใหญ่ของคนทำงานคือ "ไม่เคยเห็นหัว แต่พอมีงานถึงเดินมาหา" ในโลกการทำงาน ความสัมพันธ์คือต้นทุน ถ้าคุณไม่เคยทักทาย ไม่เคยยื่นมือไปช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่นเลย เวลาคุณเดินมาขอความช่วยเหลือ เขาย่อมจัดคิวงานของคุณไว้ท้ายสุด จงสร้างต้นทุนความสัมพันธ์เชิงบวกไว้เสมอ ชื่นชมผลงานของแผนกอื่น ช่วยแชร์ข้อมูลที่มีประโยชน์ หรือแค่ถามไถ่ความเหนื่อยของเพื่อนร่วมงาน เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการแรงหนุน พวกเขาจะยินดีช่วยเพราะ "ความประทับใจส่วนตัว"

3. ใช้วิธี "คุยนอกรอบ (Pre-wire)" ก่อนเปิดประเด็นในห้องประชุมใหญ่

อย่าโยนไอเดียใหม่หรือข้อเสนอที่ต้องการคนช่วยลงกลางโต๊ะประชุมใหญ่โดยที่ไม่มีใครตั้งตัว เพราะธรรมชาติของคนจะปฏิเสธสิ่งที่ไม่คุ้นเคยไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย เทคนิคของผู้บริหารมือโปรคือการเดินไปคุย 1-on-1 นอกรอบแบบไม่เป็นทางการก่อน: "พี่ครับ วันศุกร์นี้ผมจะเสนอโปรเจกต์ X ในที่ประชุม ผมรู้ว่าส่วนนี้กระทบทีมพี่ เลยอยากเอามาให้พี่ช่วยดูและขอคำแนะนำก่อนว่าติดตรงไหนไหม" การทำแบบนี้จะทำให้เขารู้สึกได้รับเกียรติ และพอถึงวันประชุมจริง เขาจะไม่ค้าน แต่จะกลายเป็นแนวร่วมที่ช่วยยกมือสนับสนุนคุณ

4. ให้เครดิตอย่างเปิดเผย และส่งอีเมลชมเชยถึงหัวหน้าของเขา

เมื่อโปรเจกต์สำเร็จ อย่ากอดความดีความชอบไว้คนเดียว จงเป็นคนแรกที่ส่งอีเมลสรุปความสำเร็จโดยระบุชื่อทีมงานทุกคนอย่างชัดเจน และอย่าลืม CC ถึงผู้จัดการหรือไดเรกเตอร์ของพวกเขาด้วยความจริงใจ: "ความสำเร็จของโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นได้เพราะคุณบีจากทีมดีไซน์ทุ่มเทแก้งานให้ทันเวลาอย่างยอดเยี่ยมครับ" การทำให้ลูกทีมคนอื่น "ได้หน้าและได้ผลงานต่อหน้าเจ้านายเขา" จะทำให้ครั้งหน้าเมื่อคุณมีโปรเจกต์ใหม่ ทุกคนจะแย่งกันอยากมาทำงานกับคุณ

อำนาจที่แท้จริงไม่ได้มาจากตำแหน่งที่เขียนอยู่บนนามบัตร แต่มาจากความเคารพและความไว้วางใจที่คนอื่นมอบให้คุณ

Action Item สำรวจเครือข่ายสัปดาห์นี้

เลือกแผนกที่คุณต้องประสานงานด้วยบ่อยที่สุดมา 1 แผนก แล้วหาโอกาสเดินไปขอบคุณหรือเอ่ยปากชื่นชมความช่วยเหลือที่เขาเคยทำให้คุณอย่างจริงใจ โดยไม่ต้องแฝงการขอให้ช่วยงานใหม่ในบทสนทนานั้น

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: