ลาป่วยมีใบรับรองแพทย์ แต่หัวหน้าสั่ง "เปิดคอม WFH ตอบแชตทั้งวัน"... ผิดกฎหมายไหม? ส่องสิทธิวันลาป่วย มาตรา 32 ที่นายจ้างห้ามละเมิด

3 พ.ย. 25690

ลาป่วยมีใบรับรองแพทย์ แต่หัวหน้าสั่ง "เปิดคอม WFH ตอบแชตทั้งวัน"... ผิดกฎหมายไหม? ส่องสิทธิวันลาป่วย มาตรา 32 ที่นายจ้างห้ามละเมิด

"หมอสั่งให้หยุดพัก 3 วันก็จริง แต่เธอนอนพักอยู่ที่บ้านเฉยๆ ช่วยเปิดโน้ตบุ๊กตอบแชตกลุ่ม ดูเอกสารด่วน และเข้าประชุมบ่ายนี้หน่อยนะ แค่นั่งฟังคงไม่เหนื่อยเกินไป ถ้าไม่ตอบไลน์ลูกค้าเลย พี่คงต้องหักคะแนนประเมินเรื่องความรับผิดชอบ"

ข้อความเสียงหรือแชตไลน์จากหัวหน้าในเช้าวันที่ลูกจ้างนอนซมด้วยพิษไข้ กลายเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานยุคดิจิทัลและ Work From Home ต้องกล้ำกลืนฝืนทน ทั้งที่ร่างกายแทบไม่ไหว ใบรับรองแพทย์ก็ส่งให้ฝ่ายบุคคลเรียบร้อยแล้ว แต่กลับต้องฝืนลุกขึ้นมากดแป้นพิมพ์ เพราะกลัวถูกหาว่า "ป่วยการเมือง" หรือกลัวถูกเพ่งเล็งจนกระทบโบนัส

แต่ในความจริงของกฎหมายแรงงานไทย การลาป่วยไม่ใช่การเปลี่ยนที่ทำงานมาทำที่บ้าน และคำสั่งของหัวหน้าที่บังคับให้ทำงานขณะลาป่วย ถือเป็น "คำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย" ที่ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธได้ทันที!

ลาป่วยตามกฎหมาย คือการ "งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสิ้นเชิง"

ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 32 บัญญัติไว้ว่า "ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง" และมาตรา 57 กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับวันทำงานปกติปีหนึ่งไม่เกิน 30 วันทำงาน

เจตนารมณ์ของกฎหมายคือการให้ลูกจ้างได้ หยุดพักผ่อนร่างกายและงดเว้นการทำงานโดยสิ้นเชิง เพื่อฟื้นฟูสุขภาพตามคำสั่งแพทย์

ดังนั้น การลาป่วยจึงไม่มีสถานะกึ่งกลาง ไม่มีการลาป่วยเพื่อสแตนด์บายตอบแชต และไม่ใช่การเปลี่ยนโหมดไปเป็น Work From Home นายจ้างไม่มีอำนาจบังคับให้ลูกจ้างที่ลาป่วยต้องเปิดคอมพิวเตอร์ ตอบไลน์ หรือทำงานใดๆ ทั้งสิ้น

สั่งงานคนลาป่วย แล้วขู่ตัดคะแนนประเมิน: นายจ้างทำผิดเต็มๆ

  • คำสั่งให้ทำงานในวันลาป่วย เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย: เมื่อลูกจ้างใช้สิทธิลาป่วยถูกต้อง สัญญาจ้างในส่วนหน้าที่การทำงานจะถูกระงับชั่วคราว ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธคำสั่งของหัวหน้าได้โดยไม่มีความผิด

  • การนำการปฏิเสธงานขณะลาป่วยมาลงโทษ ถือเป็นการใช้อำนาจมิชอบ: หากหัวหน้าออกใบเตือน ตัดคะแนน KPI หรือลดโบนัสเพราะลูกจ้างไม่ตอบแชตขณะป่วย ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย

  • หากนำไปสู่การเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม: ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ ศาลมีอำนาจสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ทุกบาททุกสตางค์

เจาะเคสจริง: ป่วยไข้หวัดใหญ่ถูกบังคับเข้าประชุม Zoom พลาดจนโดนใบเตือน

กิ๊ฟ (นามสมมุติ) ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีไข้สูง 39 องศา แพทย์ให้ออกใบรับรองแพทย์พักรักษาตัว 3 วัน กิ๊ฟส่งใบรับรองแพทย์เข้าระบบตั้งแต่เช้า

ช่วงบ่าย หัวหน้าโทรสั่งให้กิ๊ฟเข้าประชุม Zoom พรีเซนต์งานลูกค้า กิ๊ฟพยายามฝืนแต่เสียงแหบแห้งและหน้ามืดจนพรีเซนต์ติดขัด วันรุ่งขึ้น หัวหน้าส่งข้อความต่อว่าในกลุ่มแชตและออกหนังสือเตือนเรื่องละเลยหน้าที่

กิ๊ฟรวบรวมหลักฐานใบรับรองแพทย์และแชตสั่งงาน ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ผลปรากฏว่า:

  • พนักงานตรวจแรงงานชี้ว่า คำสั่งให้ทำงานในวันลาป่วยเป็นการกระทำที่มิชอบ

  • หนังสือเตือนตกเป็นโมฆะ สั่งให้นายจ้างลบประวัติการลงโทษออกจากแฟ้มประวัติทันที

  • บริษัทต้องตักเตือนหัวหน้างาน และยืนยันสิทธิวันลาป่วยที่ถูกต้องให้แก่พนักงาน

3 สเต็ปปกป้องตัวเองเมื่อต้องลาป่วย

  • แจ้งลาตามระเบียบพร้อมหลักฐาน: ส่งใบลาผ่านระบบทางการ และหากหยุด 3 วันขึ้นไปให้แนบใบรับรองแพทย์ที่ระบุให้หยุดพักผ่อนชัดเจน

  • ตั้งสถานะ Out of Office: ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติในอีเมลและแอปแชตว่า "ลาป่วยตามคำสั่งแพทย์ ไม่สะดวกติดต่อเรื่องงาน หากมีเรื่องด่วนกรุณาติดต่อผู้รับช่วงงานแทน"

  • เก็บหลักฐานหากถูกคุกคาม: หากหัวหน้ายังคงส่งข้อความข่มขู่ ให้แคปเจอร์หน้าจอเก็บไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานร้องเรียนต่อ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือติดต่อ ศาลแรงงานกลาง

ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร และการเจ็บป่วยไม่ใช่ความผิด การพักผ่อนเพื่อรักษาตัวคือสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย อย่าปล่อยให้ความเกรงใจมาทำร้ายสุขภาพของคุณจนสายเกินแก้

บทความนี้เป็นอย่างไรบ้าง
แชร์บทความนี้: